Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
 
 


My Watercolor Portfolio

สมัยเด็กๆ ผมเป็นคนชอบวาดรูปมากๆ นอกจากวาดรูปแล้ว งานอดิเรกอีกอย่างนึงก็คือปั้นดินน้ำมันด้วย จำได้ว่ามีอยู่ครั้งนึงสมัยผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลชลบุรี เคยได้คัดเลือกไปแข่งขันปั้นดินน้ำมัน ตอนนั้นจำได้ว่า เค้าให้กลับไปทำที่บ้านได้ แล้วเอามาส่ง (แปลกดีที่ให้ไปนั่งปั้นที่บ้าน) ตอนนั้นจำได้เลยว่าผมปั้นรูปไดโนเสาร์อยู่ในสวน ให้แม่ช่วยปั้นด้วย ม่วนกันสนุกสนาน แต่ปรากฎว่าไม่ได้รางวัลอะไรเลย ไม่น่าเชื่อเพราะผมน่าจะปั้นได้เก่ง (ฝึกปั้นขี้มูกมาตั้งนาน ทำไมแพ้เค้าฟ่ะ แฮ่ๆ) ส่วนเรื่องวาดรูปนะเหรอ ผมชอบมาก แล้วก้อวาดทีไรเนี่ย ไม่พ้นรูปปลาฉลามตัวงอเหมือนกุ้ง จากนั้นก็ห่างเหินวงการศิลปะไป จนกระทั่งวันหนึ่งผมเดินไปเจอหนังสือพวกการวาดรูปสีน้ำที่ลดราคาอยู่ที่ร้าน Borders ซึ่งเป็นร้านหนังสือโปรดของผมเลย มันลดราคากระหน่ำซัมเมอร์ซ้อลท์ เลยปลุกวิญญาณศิลปินของผมขึ้นมาในบัดดล ตอนนั้นเป็นช่วงที่เรียนจบพอดี กำลังอยู่ในช่วงตกงาน เอ้ย..หางานทำที่ Ohio เลยมีเวลาว่างให้ฟุ้งซ่านได้

ผมซื้อหนังสือเล่มนั้นมาในราคา 18 เหรียญเท่านั้น ราคาปกเนี่ย แพงซิกหายเกือบ 60 เหรียญเห็นจะได้ อ่านไปสักพักก้อเริ่มไปหาซื้ออุปกรณ์การวาดรูปสีน้ำ ภู่กันเป็นอย่างแรกที่เราต้องหามา ในหนังสือมันบอกว่า ต้องใช้ภู่กันที่มีคุณภาพดี ทำจากหางม้า ถึงจะเขียนรูปได้สวยงาม ผมก้ออุตส่าห์เดินไป Student Center ที่เค้ามีอุปกรณ์การเรียนขายในมหาลัย ไปดูว่าไอ้ภู่กันหางม้าเนี่ยมันราคาสักกี่ตังค์ โหยเชื่อมั้ยว่าไอ้ภู่กันแบบนี้เนี่ย ราคาโคตรจะแพงเลย อันที่ผมต้องใช้เนี่ย เบอร์ใหญ่สักนิดนึงก้อตกอยู่ราวๆ 60 เหรียญ ห้วยใครจะไปซื้อมันได้ลง

ผมดูรายการ Real TV ประจำตอนอยู่ที่อเมริกา แล้วก้อเห็นพวกลักขโมยของแล้วถูกแอบถ่ายได้โดยกล้องวงจรปิดในร้านขายของต่างๆ ซึ่งใน Student Center ของที่ Kent State เนี่ยก้อมีแบบนี้เหมือนกัน เอ..คิดอยู่นานว่าจะอี้มันดีหรือป่าว พลาดท่าไปจะโดนไล่ออกมั้ย คิดไปคิดมาก้อเอาว่ะ ลองดูตื่นเต้นดี แล้วผมก้อคิดว่าเสียตังค์ค่าเล่าเรียนให้พวกมะกันเนี่ยเยอะแล้ว แล้วคิดเอาเองว่าช่วงนี้เป็นช่วงคืนกำไรก้อแล้วกันว่ะ ว่าแล้วผมก้อมองซ้ายมองขวา เดินไปเดินมา ยัดเอาภู่กัน 4 ด้ามใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ (ตื่นเต้นซิกหายตอนนั้น กลัวได้ออกรายการ Real TV) แต่ในที่สุดพระเจ้าก้อเห็นด้วยกับผมในเรื่องของการคืนกำไร ฮ่าๆ ได้ภู่กันมาใช้ 4 ด้ามฟรีๆ ถือว่าโชคดีไป ไม่แนะนำให้เอาอย่าง เพราะอาจจะท่าอาจจะถูกหวยและ ซวยโดนเค้าไล่กลับประเทศเอาง่ายๆ

พูดถึงเรื่องขี้โกงๆแบบนี้ทำมาเยอะ แล้วผมกับเพื่อนๆ ที่ Kent ก็ทำเป็นประจำเพราะยึดคติว่า มะกันต้องคือกำไรเรา แต่เวลาที่เราถูกจับได้ จะบอกมันว่ามาจากไตหวัน เกาหลี อะไรเทือกนั้นไป รักษาชื่อเสียงประเทศเราเอาไว้ก่อน โยนให้ประเทศเพื่อนบ้านไปคงไม่ว่ากัน แฮ่ๆ มีอยู่ครั้งนึงที่เราไปดูหนังกันซื้อตั๋วรอบเช้าเข้าไป พอหนังเลิกเนี่ย พวกเราก็ไม่เดินออก แต่เดินเข้าโรงอื่นดูต่อไปเรื่อยๆ เคยทำสถิติดูได้ 5 เรื่องติดต่อกันด้วยตั๋วใบเดียว แต่แบบว่าดูจนปวดหัวเลย เรื่องที่ 5 นี่ ดูแทบไม่รู้เรื่องแล้ว เพราะมันเอียนนของฟรี โรงหนังที่เมือง Kent เนี่ย มันไม่ระบุที่นั่ง ไม่เหมือนโรงหนังเมืองไทยที่ตั๋วระบุที่นั่ง ทำให้เราโกงดูหนังได้อย่างสบายๆ แต่อย่างที่บอกนั่นน่ะ เราเคยถูกจับได้ แล้วเค้าไล่ออกมาจากโรงหนัง ดีไม่เอาเข้าคุก เพราะพวกเราพอถูกจับได้ก้อทำตัวเป็นกะเหรี่ยงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พูดแต่ don't know don't know... korean korean !! ชีวิตก้อสนุกดีมีรสชาดไปอีกแบบ เอิ้กๆ

รูปที่เห็นนี่ก้อวาดไว้สมัยเรียนที่โน่นนั่นล่ะ สมัยตอนตกงาน
นั่งวาดตามหนังสือแบบฝึกหัดวาดรูปขาวดำด้วยสีน้ำ

รูปนี้ชอบมากเลย วาดรูปสะพาน ดูน้ำใต้สะพานสิ
มันเหมือนน้ำจริงๆนะ ภูมิใจนำเสนอครับท่านผู้ชม

รูปนี้ก้อเป็นรูปสะพานอีกรูปที่ชอบ เพราะดูแล้วมันโปรดี เหมือนวาดเก่ง แฮ่ๆ วาดยากนะขอบอก
ถ้าใครไม่เคยวาดรูปสีน้ำ ลองไปวาดดูแล้วจะรู้ว่ามันโคตรยากกก

รูปดอกไม้ ดูสวยแบบแปลกๆ


รูปนี้เขียนประมาณกลางเดือนมีนา 47 ไม่ค่อยชอบเท่าไร สีน้ำเงินเด้งไปหน่อย แล้วก้อระบายเสียเยอะ


ปลายเดือนมีนา 47 ชอบเหมือนกันรูปนี้ หลายคนถามว่าเป็นบ้านในฝันเหรอ เอิ้กๆๆ บ่ไจ้เด้อ....

 


 
Rev300
DigiBook™ All Rights Reserved. Copyright 2003.