Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
 
 

Sun Apr 6, 2003

วันที่สองของ Trip เราตื่นกันประมาณเจ็ดโมงเช้า เพราะจะต้องเตรียมตัวไปดูทะเลหมอกกัน ปรากฎว่า น้ำมันไม่ไหล พวกเราเลยจำใจต้องไปดูทะเลหมอกกันแบบขี้ฟันเต็มปาก ที่บนเขาพะเนินทุ่งที่เรามา Camping กันนี้ อากาศหนาวมาก ทั้งๆที่เป็นเดือนเมษายน แล้วกรุงเทพก้อร้อนตับแทบจะแล่บออกมา อากาศที่นี่ดีมากๆเลย ไม่น่าเชื่อว่าห่างจากกรุงเทพแค่ 2 ชม. ใครไม่เคยมาที่นี่ขอแนะนำให้มาให้ได้ ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติ เรียกเต็มๆว่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สมัยก่อนจำได้ว่าเคยมาฝึกลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ที่นี่นั่นล่ะ ยังจำความโหดได้เลยตอนนั้นประมาณ ม.3 เห็นจะได้ มาฝึกโหดสุดๆ แต่ก้อสนุกดี มาเที่ยวนี้ ก้อสามเหมือนกันแต่ไม่ใช่ ม.3 แต่เป็น สามสิบเอ็ด แฮ่ๆๆ อายุน่ะ เผลอแป็บเดียวเป็นหนุ่มแล้ว เอิ้กๆๆ รูปทะเลหมอกก็เป็นอย่างที่เห็นในรูปนั่นล่ะ

 

ยืนรับลมชมหมอกกันสักพัก ก้อนั่งรถกะบะกลับเต้นท์ เพราะแต่ละคนเริ่มมีอาการเหม็นขี้ฟันทั้งของตนเองและผู้อื่น จึงรีบขึ้นรถกระบะกลับกันอลหม่าน ที่ที่เราไปดูทะเลหมอกนี้ก็ไม่ไกลจากที่เราพักเต้นท์ซักเท่าไร นั่งรถประมาณแค่สิบนาทีเศษๆ ก็ถึงแล้ว เช้าวันนี้พี่ไกด์แกก้อทำอาหารให้กินกันตามเคย เป็นข้าวต้มวิญญาณหมู คือพี่แกใส่หมูน้อยถึงน้อยที่สุด แต่เน้นที่ปริมาณข้าว เพราะเข็ดกะไอ้พวกเด็กดอยเมื่อวานที่บ่นกันอุบว่ากินไม่อิ่ม เป็นงัยล่ะน้องซัดข้าวกันให้ม่วนเลยนะเช้านี้

จากนั้นพวกเราก็ เตรียมลงจากเขาพะเนินทุ่งเพื่อมายังรีสอร์ทของเรา ที่เราจะพักกันในคืนที่สองนี้ รีสอร์ทที่เราไปพักนี้ ชื่อว่า พูลลาธารรีสอร์ท ซึ่งมีน้องก้อยเป็นคนรับรองพวกเรา เราลงมากินข้าวกลางวันกันที่รีสอร์ท แม่ของน้องก้อยก้อทำอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ให้พวกเราทาน ประกอบด้วย ปลานิลตัวโตราดพริก 3 ตัว แกงป่าไก่ ผัดผักรวมมิตร วันนี้พวกเด็กดอยทำตัวเหมือนคนลงดอยอีกเช่นเคย จ้วงข้าวโดยยึดคติประจำใจว่า "ข้าวสุกให้รีบตัก"

หลังจากจ้วงข้าวกันเป็นที่สาแก่ใจแล้ว พวกเราก้อเตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่เสื้อชูชีพสีส้มสดเตรียมตัวไปล่องแก่ง น่าเสียดายที่ผมไม่ได้ติดเอากล้องไปถ่ายตอนล่องแก่งได้ เพราะมันอาจตกน้ำได้ น้องก้อยพาเราไปล่องแก่งในแม่น้ำเพชรบุรี พวกเราสิบชีวิตลงเรือยางล่องแก่ง แล้วก้อมีพี่อีกคนที่น้องก้อยจ้างมาจากร้านซ่อมเครื่องซักผ้าแถวนั้น มาเป็นคนคัดท้ายเรือให้พวกเรา จะรอดมั้ยนี่

 

น้ำที่แม่น้ำเพชรบุรีนี่ ค่อนข้างเชี่ยว น้ำไหลแรงแต่น้ำจะมีกลิ่นตุตุ เล็กน้อยไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นอะไร อาจจะเป็นเพราะผมชินกับการเล่นน้ำทะเล จนได้กลิ่นน้ำจืดผิดไปจากกลิ่นที่คุ้นเคยก็เป็นได้ สนุกดีครับ ล่องแก่งที่นี่แล้วทำให้ผมนึกถึงสมัยอยู่ที่ Colorado ได้ไปล่องแก่งที่แม่น้ำอะคัลซอร์
(Arkansas River) แม่น้ำนี้น้ำไหลแรงมากๆ เค้าจะแบ่งระดับการล่องแก่งบนแม่น้ำสายต่างๆ ออกเป็น 5 ระดับ ระดับ 1 ถึงระดับ 5 ถ้าเป็นระดับ 5 นี่ ไปล่องแล้วมีสิทธิเดี้ยงได้ หมายถึงเสียสติ เอ้ยเสียชีวิตเอาง่ายๆ ไม่ได้ล้อเล่นนะครับเพราะที่ผมไปล่องมานี่ก้อระดับ 4 แล้วโหดมากๆ ต้องเซนต์ชื่อก่อนลงเรือด้วยว่าถ้าตายไปจะไม่มาหลอกหลอน เอ้ยไม่ใช่ คือลงชื่อเพื่อรับทราบว่าถ้าเป็นอะไรไปเค้าจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น แต่แม่น้ำเพชรบุรีนี่ไม่แรงแบบนั้น ล่องเอาบรรยากาศเฉยๆ

ล่องแก่งเสร็จพวกเราก็กลับมาอาบน้ำที่รีสอร์ท พักเหนื่องกันได้สักพัก พ่อของน้องก้อยก้อพาพวกเราไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่สันเขื่อนแก่งกระจาน




บนสันเขื่อนพวกเราแวะทำกิจกรรมฟังเพลงวง Eagles ที่พี่นิดคนขับรถเปิดเบาๆจากรถตู้ แล้วซื้อน้ำตาลสดจากแม่ค้าที่ขี่รถมาขายบนสันเขื่อน ที่รถแกเขียนว่า "เต่า-เจี๊ยบ" ไม่รู้ว่าจะเป็นชื่อร้านแกรึป่าว ฟังแล้วแปลกดี แต่มาเพชรบุรีนี่ถ้าไม่ได้กินน้ำตาลสด กับขนมหม้อแกงก้อถือว่ายังมาไม่ถึง

กินบุฟเฟ่กันอีก คราวนี้แม่น้องก้อยทำปลาราดพริก 6 ตัว ผัดหมูพริกแกง ไข่ทอดชะอมน้ำพริกกะปิ และแกงจีดเต้าหู้หมูสับ เหมือนรู้เลยว่าพวกเราหิวโซกลับมาจากการล่องแก่ง หลังจากกินข้าวเย็นกันเสร็จแล้วพอฟ้ามืด พ่อของน้องก้อยก้อพาพวกเราไปดูดาวที่สะพานแขวนใกล้ๆกับเขื่อนแก่งกระจาน แล้วพ่อก้อเป่าเม้าท์ออแกนให้พวกเราฟังกันสุดซึ้ง บรรยากาศดีสุดๆ ฟ้ามืดเห็นดาวเต็มท้องฟ้าเลย พยายามจะถ่ายมาแต่ไม่มีขาตั้งกล้อง ก้อเลยไม่ได้รูปดาวอย่างที่ตั้งใจ

วันแรก (PREVIOUS)

 


วันแรก
วันที่สอง
วันที่สาม

 

 

 

 

 

 

 
Rev300
DigiBook™ All Rights Reserved. Copyright 2003.