Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

Day ุ 8 Hanoi (Wed 27 February, 2008)

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปเราแล้วสินะ ไม่มีโปรแกรมจะไปไหนอีก แต่ว่าเราวางแผนจะใช้เงินที่เหลือให้หมดไปกับการช้อปปิ้ง แยกกันเดินเลย ผมไปกะลูกลิง เจ๊กบไปเดินกับพี่เล็ก วันนี้อากาศเริ่มเย็นลงอีก สงสัยว่าเป็นเพราะเมื่อวานฝนตกอากาศเลยเย็นลงอีก หนาวซิกๆ วันนี้ก็กินข้าวเช้าที่โรงแรม ตอนกินอาหารเช้า เจ๊กบก็บอกว่ามีอีกที่นึงที่เค้าเขียนในแผนที่ที่เอามาฟรีจาก Tourist Center ว่าต้องไปคือ Opera House ซึ่งเป็นตึกเก่าสวยงามของฮานอยใช้แสดงละคร เราก็เลยตกลงว่าจะเดินไป Opera House ก่อนที่จะแยกย้ายไป Shopping กัน


ยองๆเหลาอีกแร้ว แวะมากินร้านขายเส้นขนมจีนหมูย่างข้างๆโรงแรมกัน


นี่ก็เป็นตู้ไปรษณีย์เวีตยนามกับที่ทำการไปรษณีย์ครับ ผมส่ง Postcard ตู้นี้น่ะ
แต่ว่าวันที่นั่งทำเว็บอยู่นี่คือหลังจากกลับมาจากเวียตนาม 14 วันแล้ว ยังไม่ได้ Postcard เลย เศร้าาจิงๆ



โรงละครโอเปร่าเฮ้าส์


ทางเข้าโรงละครทางด้านข้างของอาคาร

หลังจากที่เราเดินไป Opera House เสร็จผมกะลูงลิงก็เดินหาซื้อเป้ ที่เค้าว่ากันว่าถูกเป็นขี้เลย ผมเดินข้างทะเลสาบคืนดาบหลายร้านดูทุกร้านที่ขายเป้ ปรากฏว่ากระเป๋าเป้ที่ขายกันนั้นคุณภาพไม่ดีเลย ถูกก็จริง แต่ผมไม่ซื้อแน่ๆ เพราะมันดูปลอมได้ห่วยกว่าเป้ที่ผมซื้อจากประตูน้ำซะอีก แต่เดินไปเดินมามีอยู่ร้านนึงขายของจริง เป้เค้าดีมากจริงๆ ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นของจริงแน่ๆ แต่อาจจะเป็นของที่ ไม่ผ่าน QC ผมติดใจเป้ใบนึงของ Jack Walskin สวยมากดูแข็งแรงและปรานีตสุดๆ แต่ราคาที่บอกผมมาคือ 2,000 บาท คนขายบอกไม่ลดไม่ต้องเสียเวลาต่อ อยากได้ถูกให้ไปซื้อร้านข้างๆ มีขายของปลอมเยอะ ดูมันพูดดิ ไม่ง้อลูกค้าซะเล้ย ผมต่อไป 1,000 บาท ตามสูตรต่อราคาที่เค้าแนะนำกันว่าให้ต่อครึ่งราคา คนขายยังบอกอีกว่าไม่ลด ไม่ซื้อไม่เป็นไร เชิญไปดูที่อื่น 555 ผมก็เลยว่าไม่เอาดีกว่า มันค่อนข้างแพง ก็เลยไปเดินซื้อของอย่างอื่น แต่ในใจมันก็คิดถึงเป้ใบนั้นตลอดเลย ก็เลยบอกกะลูกลิงว่า เอาว่ะ ไปต่อให้ได้ 1,500 บาท ได้ก็ได้ไม่ได้ก็ไม่เอา ผมเดินกลับไปที่ร้านนั้นใหม่ แล้วต่อ 1,500 ได้มั้ย คนขายก็ยังยืนยันนั่งยันนอนยันว่า ไม่ลดเฟ้ย จริงๆเป้ใบนี้มีตำหนิอยู่นิดนึงตรงรอยปักมันมีรูเล็กๆเหมือนผ้าขาด ผมก็เลยใช้ตรงนี้มาต่อ ด้วยความอยากได้บวกรำคาญขี้เกียจยืนต่อนานผมเลยบอกว่า คำสุดท้ายนะให้ 1,800 บาท เพราะมันมีตำหนิ ถ้าขายได้จะซื้อเลย ถ้าไม่ได้ก็ไม่เอาแล้วจะกลับเมืองไทย คนขายก็เลยให้ ผมได้เป้ Jack Walskin มาด้วยราคาพันแปดร้อยบาท ด้วยความงงๆ แต่ผมคิดว่ามันเป็นของแท้แน่ๆ เพราะร้านเค้าขายแต่ของแท้ เป้ North Face ของร้านเค้าก็สวยมากคนละเรื่องกับของร้านข้างๆแถวๆนั้น แล้วก็มีร้านเดียวที่ขายของแท้แบบนี้ เอาว่ะ ได้มาแร้วไม่คิดมาก


นึกว่าจะโดนรุมต่อยแล้วสิเรา เพราะหลังจากถ่ายรูปยองๆเหลาด้านซ้ายมือแล้ว คนที่นั่งกินอยู่ลุกขึ้นมาตะโกนทำท่าไม่พอใจที่ผมถ่ายรูปพวกเค้า หนีเกือบไม่ทัน
รูปขวาเป็นร้านขาย Lottery คนขายกำลังจั่วไพ่ม่วนเลยดูดิ


ขายหนังสือพิมพ์กันแบบนี้เลย ข้างรั้ว


ร้านทำ Stamper มีให้เห็นทั่วไป

ผมเดินกลับไปที่ตลาด Dong Suan ที่ขายของเยอะๆ เพื่อที่จะซื้อของฝากที่บ้าน ได้พวกลูกพลับแห้ง บ๊วย แล้วก็พวก Magnet มาพอสมควร แล้วระหว่างทางก็แวะทำ Stamper ให้เจ๊น้อยด้วยน่ารักดี ลูกลิงได้กระเป๋าผ้าใบนึง ผมกะลูกลิงมาเจอกะเจ๊กบกับพี่เล็กที่ร้านกาแฟตรงข้างทะเลสาบตอนสี่โมงเย็น พี่เล็กเล่าว่าเมื่อกี้เค้าไปเดินย่านที่เรายังไม่เคยไปกัน มีขายเครื่องดนตรีเต็มเลย เป็นย่านทำกลองหนัง และสังกะสี แล้วยังเดินไปเจอโบสถ์สวยอีก แต่ไม่ได้ถ่ายรูปกลับมาเพราะแบตกล้องหมด ผมเลยรีบกินกาแฟ แล้วบอกพี่เล็กว่าผมขอไปเดินไอ้ตรงที่พี่ว่าหน่อยอยากเห็น ผมเดินไปกะลูกลิงแบบกึ่งเดินกึ่งวิ่ง เพราะเรานัดแท็กซี่มารับเราตอนหกโมงที่โรงแรมเพื่อที่จะให้ไปส่งเราที่สนามบิน ยังอุตส่าห์แวะซื้อป้ายสีแล็กเกอร์ Tin Tin กับป้ายโค้กกลับมาอีก ผมเดินไปวิ่งไปจนถึงโบสถ์ที่พี่เล็กบอก แล้วก็ได้ถ่ายรูปกลับมาแต่ไม่ได้เข้าไปเดินข้างใน




วิวบนร้านกาแฟที่ข้างทะเลสาปคืนดาบ ถ่ายจากระเบียงนั่งกินกาแฟชั้นสอง


นี่ล่ะครับโบสถ์ที่เดินไปถ่าย อยู่ในฮานอยนี่ล่ะ

จากนั้นก็รีบเดินกลับเพราะนัดกับพี่เล็กกะเจ๊กบว่ามื้อสุดท้ายจะไปกินร้าน Little Hanoi ให้ได้เอาแบบที่ไม่ต้องเดินไปกินร้าน A’Dong เหมือนวันก่อน เพราะจะได้พูดได้เต็มปากว่าได้มากินร้าน Little Hanoi แล้ว พวกเราไปถึงที่ร้าน Little Hanoi ตอนห้าโมงกว่าๆ จะบอกว่าเมนูอาหารก็เป็นหมือนกันกับที่ร้าน A’Dong จริงๆ เราเชื่อสนิทว่ามันคือร้านเดียวกัน เพราะรสชาติอาหารก็เหมือนกันเด๊ะ อาหารที่นี่มาช้า พวกเรานั่งรอประมาณ 20 นาทีถึงได้กินกัน เลยทำให้พวกเรากลับไปถึงโรงแรม Late ไปนิดนึง พอเดินเข้าโรงแรมปุ๊บ ทิมมี่หันมาทำหน้าขึงขังใส่ผมบอกว่า คนขับแท็กซี่มารอเราตั้งนานแล้ว พวกเรารีบเอาเป้ขึ้นหลัง เข้าห้องน้ำทิ้งทวนที่โรงแรม และจากฮานอยมาโดยนั่งแท็กซี่ราคา 14$ มาถึงสนามบิน ตอนขากลับ Taxi วิ่งโดยใช้เส้นทางถนน Highway ซึ่งเป็นทางคนละทางกับตอนที่พวกเรานั่งรถเมล์สาย 17 จากสนามบินเข้าเมืองฮานอยตอนขามาถึง เรามาถึงสนามบินประมาณทุ่มกว่าๆ ขึ้นเครื่อง Airasia กลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ จบทริปเวียตนามแต่เพียงเท่านี้เด้อ


นี่งัยร้าน Little Hanoi ในที่สุดก็ได้กิน อาหารก็งั้นๆอ่ะ


สนามบิน Noi Bai ขณะรอขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ


เครื่องที่เราบินนั่นเอง

 

กลับไปวันที่เจ็ด