Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

Day 7 Hanoi (Tue 26 February, 2008)

รถไฟมาถึงฮานอยตอนตีสี่ครึ่ง โหยแล้วเวลานี้จะไปพักโรงแรมอื่นได้งัยเพราะมันยังไม่เปิดกัน ก็คงต้องกลับไปพักโรงแรมเดิมของทิมมี่แน่ๆ หรือว่านี่เป็นกลยุทธทางการตลาดที่จองตั๋วรถไฟรอบหัวค่ำให้พวกเราเพื่อให้พวกเรามาถึงที่นี่เช้าจัดไม่สามารถไปหาโรงแรมอื่นได้ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะโรงแรมของทิมมี่นี่ ทำเลดีอยู่ใน Old Quarter แล้วห้องก็โอเคสะอาดใช้ได้ จากสถานีรถไฟก็เรียกรถแท็กซี่ให้มาส่งที่โรงแรม มาถึงโรงแรมปิดไฟเงียบประตูหน้าล็อค ต้องเคาะกระจกจนคนที่นอนเฝ้าตื่นงัวเงียขึ้นมาเพื่อเปิดประตูให้เรา แล้วบอกให้เรานั่งรอที่ Lobby นั่นล่ะ ยังไม่มีห้อง ต้องรอคน Check Out ออกก่อน พูดเสร็จมันก็กลับไปนอนต่อ นอนกันเป็นตับเลยที่ Lobby นั่นน่ะ

วันนี้ที่ฮานอยฝนตกพรำๆ อากาศเย็นไม่เท่าวันที่เรามาถึง ประมาณ 15C เห็นจะได้เรารอห้องตั้งแต่ตีสี่กว่าจะได้ห้องก็ปาเข้าไปเก้าโมงเช้า Check In เสร็จก็อาบน้ำนอนก่อนเพราะเมื่อคืนนอนไม่อิ่ม นัดกันว่าเดี๋ยวสิบเอ็ดโมงค่อยออกไปเดินเล่นกันนะ

นอนเพลินจนสิบเอ็ดโมงกว่าๆเจ๊กบมาเคาะประตูบอกหิวแล้วลงไปหาอะไรกินกันเหอะ เราเลยเดินลงไปกินเฝ๋อกันข้างโรงแรมนี่เอง เดินผ่านไปผ่านมาเพิ่งมีโอกาสกินเพราะร้านนี้ปิดเร็วมาก แค่บ่ายๆก็ปิดแล้ว เรากินก๋วยเตี๋ยวเฝ๋อหมู ใสเครื่องใน อร่อยมาก เป็นมื้อแรกที่กินอาหารเวียตนามแล้วรู้สึกอร่อย ร้านนี้เป้นร้านเล็กๆ ไม่มีชื่อร้าน แต่เปิดถัดจากโรงแรมเราสองห้องเองครับ ชามละแค่ 18,000 ดองเอง จากนั้นเราก็เดินไปหาที่แลกตังค์กันในเมือง เพราะเราใช้เงินดองไปเกือบหมดแล้ว แล้วเหลือแต่เงิน Dollar เดินไปปรากฏว่าธนาคารที่รับเงินไทย Vietcombi ก็ปิดพักเที่ยง เลยเดินเอาดอลล่าไปแลกที่ Tourist Information Center ตรงข้างๆทะเลสาบคืนดาบ สัก 20 เหรียญก่อน เพราะตังค์หมดจริงๆ แลกเงินดอล 20$ แต่ได้เงินเวียตนามมาแค่ 300,000 ดองเอง รู้สึกว่าพนักงานรับแลกเงินที่ Tourist Center น่ะ กำลังทุจริตแอบเอาเงินตัวเองแลกกับเงินดอลของเรา แล้วก็ให้ Rate แสนแพง แต่ขี้เกียจจะไปรบกะมันเพราะเราอยากจะออกไปเดินซื้อของฝากกันเต็มแก่แล้ว ก็เลยหย๋วนๆไป


นี่ล่ะ เฝ๋อสุดอร่อยที่อยู่ถัดจากโรงแรมเราไปสองห้องเอง


ลูกลิงยิ้มใหญ่เลย ว่ามื้อนี้จะได้กินเฝ๋ออร่อยๆแล้วล่ะ


ร้าน Hapro ก็เหมือนร้านเซเว่นท์บ้านเรานั่นล่ะ ซื้อของที่นี่ไว้ใจได้ไม่มั่วราคา เพราะมี Barcode


มี Barcode จริงๆ เห็นมั้ย

เราตั้งใจว่าวันนี้จะเดินกลับไปที่พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ เพราะวันก่อนมาแล้วมันปิด เราก็เดินไปตามถนนเส้นใหม่ผ่านพิพิธภัณฑ์ทหาร ก็แวะเข้าไปดู ค่าผ่านประตูคนละ 20,000 ดอง แต่ตอนนี้เราไม่อยากจ่ายเงินดองเพราะมีแค่สามแสน เลยจ่ายเป็นเงินดอล ตกสิริรวมก็ 6 $ เค้าคิดค่าเอากล้องเข้าไปถ่ายด้วย กล้องละ 5,000 ดอง พิพิธภัณฑ์ทหารก็มีอะไรน่าสนใจเยอะ มีเครื่องใช้ทหารสมัยก่อนที่ใช้ทำสงครามกับฝรั่งเศส และยังมีซากเครื่องบินของอเมริกันที่ถูกคนเวียตยิงตกมากองให้ชมกันด้วย


ด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ทหาร


ด้านข้างของพิพิธภัณฑ์ทหาร ใบไม้ร่วงเต็มพื้นเลย สวยดี


นี่ล่ะครับซากเครื่องบินอเมริกันที่ถูกเค้ายิงตก


รถคันนี้ทรงโบราณสวยมากๆเลย ผมชอบ อยากมีแบบนี้ซักคันเนอะ

เดินเสร็จก็มุ่งหน้าต่อไปที่พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ค่าเข้าหัวละ 10,000 ดอง ถูกกว่า พิพิธภัณฑ์ทหารซะอีก พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์นี่ทำซะหรูหรา Modern มากๆ แต่ผมกลับชอบพิพิธภัณฑ์ทหารมากกว่า เพราะมันดูขลังและมีเรื่องราวมากกว่ามาก เดินแป็บเดียวก็เบื่อแล้ว จากนั้นเราก็เดินกลับมาแถวทะเลสาบคืนดาบเพื่อแลกเงิน ที่ธนาคาร Vietcombi เค้ามาเปิดแล้ว สงสัยจะปิดนอนกลางวันเหมือนที่ฝรั่งเศสแน่ๆเลย เอาเงินไทยคนละอีก 4,000 บาทแลกเป็นเงินดอง ตอนนี้พวกเราทั้งหมดเป็นเศรษฐีกันถ้วนหน้า พกเงินคนละล้านกว่าดอง อิอิ วันนี้ตั้งใจจะช้อปปิ้งให้หนำใจเลย จากนั้นก็เดินมาจองตั๋วดูหุ่นกระบอกน้ำ ซึ่งเค้าบอกว่าถ้าไม่ได้ดูหุ่นกระบอกน้ำที่นี่เหมือนมาไม่ถึงฮานอย เราจองตั๋วได้รอบสุดท้ายคือรอบสามทุ่มกว่าๆ เพราะตั๋ว First Class เต็มหมด เหลือแค่รอบสุดท้ายเท่านั้น เราจำใจต้องเอา เพราะอยากนั่งข้างหน้าเวที ตกคนละ 40,000 ดอง วันนี้แค่เดินไปสองพิพิธภัณฑ์ก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็นแล้ว เราเดินกลับโรงแรมเพราะเจ๊กบปวดท้องฉี่ ผมกะลูกลิงเลยแวะกินหมูย่าง ขนมจีนร้านข้างทางรอ อยู่แถวๆโรงแรมนั่นล่ะ อร่อยดีเหมือนกัน ถึงแม้หมูมันจะโคตรเหนียว แต่ก็โดยรวมก็รสชาดไม่เลวนัก พี่เล็กไม่ยอมเข้ามากินกับเราด้วย เพราะพี่แกคงเห็นว่าร้านมันไม่ค่อยสะอาดหรือป่าวไม่รู้ พอเจ๊กบเดินกลับมาจากโรงแรมเห็นเราเพิ่งซัดหมูย่างชิ้นสุดท้ายเข้าปาก ก็เกิดอาการอยากมั่ง หันไปสั่งเอาแบบนี้มาอีกชุด ปรากฎว่าคนขายบอกว่าหมดแล้ว อดกินเลย


นี่ก็บริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์


ภายในพิพิธภัณฑ์ก็ออกทันสมัยแบบนี้ ผมไม่ค่อยชอบเลย


มันดูทันสมัยเกินไปที่จะเอาไว้จัดแสดงของทางประวัติศาสตร์อ่ะ อารมย์มันไม่ได้


ดูสิมีแต่งานศิลป์


ขนาดห้องฉายสารคดี ยัง modern ซ้าาาา

ลืมเล่าไปตรงใกล้ๆโรงแรมเรา จะมีสี่แยกอยู่สี่แยกนึง ตรงออฟฟิต Vietnam Airline สี่แยกนี่มีเสน่ห์มากเพราะตกเย็นของทุกๆวันจะมีนักท่องเที่ยวมานั่งกินเบียร์จับกลุ่มคุยกันเต็มเลย นั่งยองๆตรงสี่แยกเพราะเป็นร้านขายเบียร์สองสามร้าน พวกเราเลยเรียกสี่แยกนี่ว่า สี่แยกขี้เมา เป็นที่รู้กันของพวกเราเวลาพูดถึงย่านนี้จะนึกถึงสี่แยกขี้เมากันทันที (ดูรูปประกอบด้านล่างสุดเลยจ้า สี่แยกขี้เมาแบบ Panorama)

หลังจากแวะกินหมูย่างเป็นที่เรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าไป Old Quarter เพื่อ Shopping กัน แวะกินขนมหวานกันคนละแก้ว มีพวกเต้าส่วน แล้วก็ขนมหวานคล้ายๆถั่วดำ แล้วก็ยังแวะกินบัวลอยน้ำขิงด้วย อร่อยสู้เมืองไทยไม่ได้เล้ย ขนมหวานถ้วยละ 5,000 ดอง เดินเล่นเรื่อยเปื่อย ได้ซื้อดีวีดีหนังกลับมาด้วย แผ่นละประมาณ 70 บาท ถูกเหมือนที่ขายที่แม่สายเลย แต่หนังที่นี่ไม่มี Subtitle ไทยนะ ซื้อหนังมาได้ 6 เรื่องหมดไป 180,000 ดอง จากนั้นก็ไปดูนาฬิกาปลอม ตอนแรกตั้งใจจะซื้อมาใส่กันคนละเรือน แต่ดูไปดูมาไม่เอาดีกว่า แพงกว่าที่ เสิ่นเจิ้นอีก แล้วปลอมไม่เนียนอีกต่างหาก เดินเล่นกันจนถึงประมาณหกโมงเย็นก้อตกลงกันว่ามือเย็นนี้จะไปกินกันที่ร้าน Little Hanoi ซึ่งร้านนี้ Recommended โดย Lonely Planet อีกแร้วครับท่าน ไม่รู้ทำไมต้องไปเชื่อเค้าฝรั่งมันนัก แต่ก็เอาวะร้านมันก็น่าเข้าดี คนเยอะช่วงเย็น ทันทีที่เราเข้าไปในร้าน บ๋อยบอกว่าเต็มแล้วครับ แต่เค้าบอกเดี๋ยวเค้าจะเดินพาเราไปอีกสาขานึงของเค้า Same Food, Same Services เราก็เอาก็ได้ บ๋อยก็พาเราเดินอ้อมอีกสองสามตึก ก็มาถึงร้านชื่อ A’Dong แล้วมันจะเป็น Little Hanoi ยังงัยฟระ บ๋อยมันก็ยืนยันว่าเป็นร้านเดียวกัน เจ้าของเดียวกัน เอ แต่ทำไมไม่ใช้ชื่อเดียวกันน้อ แต่เราก็ยังไงก็ได้ประมาณว่าหิวแล้ว ร้านตกแต่งสไตล์จีนๆ ก็เหมือนร้าน Little Hanoi นั่นล่ะ เพียงแต่แสงไฟในร้านดูสว่างกว่าร้าน Little Hanoi เมนูอาหารก็สากลเหมือนกันทั่วประเทศเวียตนาม(มั้ง) เราสั่งอาหารคล้ายๆเดิม คือ หมูไก่ ผัดเปรียวหวาน หมูกระเทียม อะไรประมาณนี้ อาหารเหมือนๆกันทุกภัตตาคารจริงๆ กินจนเบื่อหลับตาสั่งได้


ว่าแล้วก็กินบัวลอยน้ำขิง แบบยองๆเหลาดีกว่า อร่อยดี


นี่ล่ะ ร้าน A'Dong ที่เค้าบอกว่าคือร้านเดียวกะ Little Hanoi นั่นล่ะ

กินเสร็จก็กลับมานั่งเล่น Internet ต่อที่โรงแรมเราดูหุ้นปั่น (ADAM) ที่เราเพิ่งซื้อไปตอนก่อนมาเวียตนาม มันตกต๊กตก...เซ็งจิงๆ รอจนใกล้ๆสามทุ่มแล้วพวกเราก็เดินไป Water Puppet Theater เพื่อดูหุ่นกระบอกน้ำที่เราจองตั๋วเอาไว้แล้ว การแสดงหุ่นกระบอกก็น่ารักดี แต่ที่เซ็งคืออุตส่าห์จองตั๋ว First Class เพื่อที่จะได้นั่งด้านหน้า ปรากฏว่าได้นั่งแถวเกือบหลัง สงสัยว่าในนั้นมีแต่ First Class รู้แบบนี้ซื้อตั๋วนั่งหลังให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเพราะราคาถูกกว่ากันครึ่งหนึ่งเลย


บรรยากาศหน้าโรงละครหุ่นกระบอกน้ำ รูปขวาก็ภายในโรงละคร

การแสดงหุ่นกระบอกน้ำคนเชิดต้องลงไปอยู่ในน้ำจริงๆ น้ำเย็นเหมือนกันเพราะตอนแสดงเสร็จผมเดินไปหน้าเวทีเพราะอยากรู้ว่าน้ำเย็นป่าว เพราะอากาศมันเย็นขนาดนี้ คนเชิดอดทนดีจิงๆขอตบมือให้แป๊ะๆๆ การแสดงใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ขากลับจากโรงแรมผมชวนลูกลิงไปกินเบียร์ที่ร้าน Jazz Club เพราะอยากฟังดนตรีแจ๊สสดๆที่คนเวียตเล่นกัน แต่พี่เล็กกะเจ๊กบขอตัวกลับโรงแรมเลยเพราะง่วงจัด แอบหันไปเห็นเจ๊กบกะพี่เล็กนั่งดูหุ่นกระบอกอ้าปากค้าง ไม่ใช่เพราะดูหุ่นกระบอกสนุกตื่นเต้นหรอก แต่พี่แกหลับอ้าปากหว๋อกันน่ะ

ที่ร้าน Jazz Club มีดนตรีแจ๊สเล่นสดสี่ชิ้น ประกอบด้วย Sax, Keyboard, Double Bass และ Drum เพราะดี แต่ผมฟังแล้วมันยังไม่เหมือนฝรั่งเล่นซะทีเดียวสำเนียงเป็นเอเชียๆ ไม่ค่อยสวิงเท่าไร แต่ก็พอไหวอยู่ นั่งไม่นานก็เดินกลับโรงแรมเพราะเริ่มง่วง เดินถึงโรงแรมก็เกือบเที่ยงคืนพอดี


ร้านแจ๊สคลับครับ

 

กลับไปวันที่หก

ปล. รูปด้านล่างถ่ายสี่แยกขี้เมามา ตอนกลางคืนจะมีคนมานั่งเก้าอี้ยองๆ กินเหล้ากินเบียร์กันเต็มถนนเลยล่ะ นี่ใช้เลนซ์ wide ถ่ายมาแล้วเอาภาพมาเรียงต่อกัน มันเลยต่อไม่ค่อยสนิทเท่าไร