Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

Day 6 Sapa - Hanoi (Mon 25 February, 2008)

วันนี้ตื่นเก้าโมงเช้า นอนซะเต็มอิ่มเลย สงสัยเมื่อคืนฟาด Hot Pot เยอะไปหน่อย พวกเราอาบน้ำเสร็จก็เอากระเป๋าเป้ลงไป Check Out เลย เพราะคืนนี้เราต้องนั่งรถไฟกลับฮานอยแล้ว โรงแรมที่นี่ให้ Check Out ออกก่อนสิบเอ็ดโมงเช้า วันนี้ตั้งใจกันว่ามือเช้าจะเดินไปกินไก่ย่างกัน เพราะเมื่อวานตอนที่นั่งรถไปหมู่บ้านตาฟิน เห็นมีร้านขายไก่ย่างอยู่ในเมืองด้วย เช้านี้หลังจาก Check Out เสร็จ เราก็เดินไปหาร้านไก่ย่างกัน ปรากฏว่าพอไปถึงร้าน เดินเข้าไปแล้ว รู้สึกร้านออกไปทางแนวซกมก เลยไม่อยากกินกัน หันหลังกลับควับ เลยเดินกลับไปกินร้าน Sapa Smile ที่เมื่อวานเรามากิน Hot Pot กันดีกว่า แต่วันนี้เราไม่ได้สั่ง Hot Pot เราสั่งเป็นอาหารตามสั่งประเภทหมูกระเทียม กะทะร้อนอะไรประมาณนั้น ก็อร่อยดีเหมือนกัน คนที่ร้านยังมากระซิบบอกผมเลยว่ากินเสร็จแล้วช่วยเล่นกลไพ่ให้เค้าดูกันอีกทีนะ


เดินเล่นในตลาดสดขายผักผลไม้ในซาปา


ขายงูเห่าดอง ในขวดที่พี่เล็กถืออยู่มีทั้งงู ตะขาบ แล้วก็แมงป่อง กินแร้วจะเป็นงัยน้อ ไม่ขอลองดีก่า

กินเสร็จเราก็มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านแคทแคท ซึ่งไม่ห่างจากตัวเมืองซาปานัก เป็นระยะเดินเท้าได้ ค่าเข้าหมู่บ้านคนละ 10,000 ดอง ผมว่าหมู่บ้านแคทแคท สวยที่สุดนะ สวยกว่าหมู่บ้านอื่นๆที่พวกเราไปกันมาทั้งหมด เดินลงไปจนสุดมีน้ำตกด้วยสวยดี พวกเราเดินอ้อมเขาประมาณหนึ่งลูกก็มาถึงจุดทางเข้าของหมู่บ้านอีกที พี่เล็กเห็นทางลงไปหมู่บ้านแคทแคทก็ยอมแพ้ บอกว่าขอนั่งรอที่ทางเข้าหมู่บ้านดีกว่า ปล่อยให้ผม ลูกลิง และเจ๊กบเดินลุยกันเอง กว่าพวกเราจะเดินเสร็จก็ปาเข้าไปบ่ายสองแล้ว โชคดีที่วันนี้ไม่มีหมอกเลยเห็นทิวทัศน์ได้ชัดเจน ไม่งั้นเซ็งเป็ด


ลูกลิงซื้อตั๋วเข้าหมู่บ้านแคทแคท ผู้ใหญ่คนละหมื่นดอง เด็กก็ครึ่งราคา


ชาวเขาเอาของมาขายดักนักท่องเที่ยวระหว่างทางเดินเข้าหมู่บ้านเลย


ตอนเดินเข้าหมู่บ้านเจอเด็กชาวเขากลุ่มนี้มาหาไม้ไปทำฟืนกัน


ตัวเล็กกะติ๊ดเดียว เดินหาไม้ทำฟืน แถมยังมัดได้เป็นระเบียบซะด้วย น่ารักมากๆ ข้างหลังน้องเค้าก็เป็นเหวชันนะ เก่งจริงๆ


นี่ล่ะครับหมู่บ้านแคทแคท มีนาขั้นบันไดให้เห็นเป็นทิวๆสุดสายตาเลย


ทางเข้าหมู่บ้านแคทแคท หลังจากถ่ายรูปนี้ พี่เล็กก็ขอนั่งรอที่ประตูนั่นล่ะ ไม่ได้เดินลงไปหมู่บ้านกับพวกเรา


นี่ก็อีกรูปนึง ของหมู่บ้านแคทแคท สวยดี มาหน้าฝนคงจะสวยกว่านี้มาก


หน้าบ้านเค้าจะมีของทำมือขายให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในหมู่บ้าน


ประตูบ้าน มีไม้กันหมูเข้าบ้านด้วย หมูจริงๆนะ ถ้าไม่เอาไม่ปิดกันที่ประตูอย่างนี้หมูมันจะเดินเข้าบ้าน
ที่นี่เค้าเลี้ยงหมูป่ากันเยอะเลย ปล่อยให้เดินไปมาเหมือนหมาที่บ้านเรานี่ล่ะ



เดินลงมาจนสุดหมู่บ้านแคทแคท ก็เจอน้ำตก สวยดีครับ


มีที่ให้นักท่องเที่ยวได้หยุดพักเหนื่อย มีเบียร์ น้ำอัดลมขาย


นี่ล่ะครับงานฝีมือ Handmade กันจริงๆ นั่งถักกันเห็นๆ


สะพานหน้าตาแบบนี้มีให้เห็นเยอะเลยในซาปา เราได้ข้ามสะพานแบบนี้อย่างน้อยสามสะพานแล้วล่ะครับ


ยังคงมีให้เห็นทั่วโลกที่นักท่องเที่ยวมือบอนชอบขีดๆเขียนๆ ฝากร่องรอยแสดงภูมิปัญญาเค้าไว้ให้ธรรมชาติ ขนาดต้นไผ่ตามทางมันยังอุตส่าห์แกะซ้าาา
รูปขวานี่แพะหรือกวางหรือตัวอะไรก็ไม่รู้ กินใบไม้อยู่ตอนเราเดินผ่านน้ำตก



สะพานไม้เดินแล้วแกว่งไปมาเสียวดีเหมือนกัน


หมดแรงเลยครับ ขาเดินกลับ สาวชาวเขาสองคนในรูปทางขวามือ เดินชวนเราคุยมาตั้งเป็นกิโล

นั่งพักอยู่หน้าหมู่บ้านจนถึงบ่ายสามเริ่มหนาวก็เลยเดินกลับมานั่งที่ร้านกาแฟหน้าโรงแรมเจ้าเก่า ร้านนี้ได้ตังค์เราไปเยอะโข เพราะเอ๊ะอะ ก็กินกาแฟ กินขนม เสร็จไปหลายแสนดอง แถมวันนี้เราเลยสั่งข้าวเย็นกินกันที่ร้านกาแฟด้วยเลย เมื่อวานผมจ่ายเงินให้ David เป็นค่าจองรถไปสถานีรถไฟเลาไก รถบัสจะออกจากโรงแรมเราประมาณห้าโมงกว่าๆ เราก็เลยต้องนั่งรอที่ร้านกาแฟจนถึงห้าโมงเย็น

รถบัสออกจากโรงแรมห้าโมงครึ่งมาถึงสถานีรถไฟหกโมงครึ่ง พี่เล็กลงมาจากรถบัส ก็บอกว่าคลื่นไส้เพราะแกไปนั่งท้ายรถทางก็โค้งส่ายไปส่ายมาจนเมารถเลย ระหว่างทางที่นั่งรถบัสมาคนนั่งข้างๆเป็นชาวอิสราเอล หันมาคุยกับผมแถมเอาส้มให้กินลูกนึง

มาถึงสถานีรถไฟก็รอรถไฟเพราะรอบรถไฟเราเป็นรอบสองทุ่ม ระหว่างรอหยิบส้มที่ฝรั่งให้มากิน โอ้โห อร่อยมากๆส้มที่นี่ เดินผ่านไปผ่านมาในเมืองซาปาไม่คิดจะซื้อกินเลย เพราะเปลือกมันดูเบี้ยวๆบูดๆไม่น่ากินนัก กินเข้าไปแล้วรสชาติคนละเรื่อง รีบวิ่งออกมาหน้าสถานี ซึ่งยังเห็นมีแม่ค้าขายอยู่ก็รีบซื้อมากินอีกกิโลนึง กิโลละ 20,000 ดอง อร่อยสุดๆ

ตู้รถไฟขากลับของเราไฮโซไม่เหมือนขามา ตู้กรุไม้ลามิเนตสวยงาม มีไฟหัวเตียงตกแต่งอย่างดี เหมือนที่ทิมมี่บอกเราไว้ไม่มีผิด แถมเป็นตู้แอร์ไม่ใช่ตู้พัดลมด้วย แต่แปลกนะผมนอนไม่ค่อยหลับเหมือนขามา รู้สึกว่าตู้มันมีโช๊คอัพเด้งดึ๋งดั๋ง มันเลยแกว่งๆยังงัยก็ไม่รู้ ทำให้นอนไม่หลับ แล้วผมก็ไม่ชอบตู้แอร์ด้วยเพราะแอร์มันจะเย็นนิดๆร้อนหน่อยๆ อากาศระบายไม่ดีเท่าตู้พัดลม


หน้าสถานีรถไฟที่เลาไก


นี่ล่ะครับที่ผมรีบวิ่งมาซื้อส้มไปกินก่อนขึ้นรถไฟ ขายกันหน้าสถานีเพียบเลย


ก่อนรถไฟจะออกคนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ


นี่เป็นตู้นอน Superior บุไม้ลามิเนตในรถไฟที่ทิมมี่บอกเรา

กลับไปวันที่ห้า