Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

Day 4 Sapa (Sat 23 February, 2008)

ประมาณ แปดโมงเช้ารถไฟก็ถึงเมืองเลาไก (Lao Cai) มีคนเดินมาขายกาแฟในตู้ Cabin ที่เรานอนประมาณ 4-5 รอบเห็นจะได้ บอกแล้วว่าไม่กินๆ เค้าก็ยังเดินมาถามอยู่จะขายซะให้ได้เลยนะ พอลงจากรถไฟก็เจอมาเฟียรถตู้อีก เข้ามาถามว่าไปซาปาป่าว ถ้าไม่อยากให้พวกมาเฟียมายุ่งกับเรา ก็ต้องบอกเค้าไปว่าเราซื้อ Tour มา เดี๋ยวจะมีคนมารับเราที่นี่ บอกประมาณมันจะเดินหนีเราไปเลยล่ะ

แต่พอออกมาหน้าสถานีรถไฟก็มองหารถตู้ หูย มีแต่พวกมาเฟียที่เมื่อกี้เราเพิ่งปฎิเสธมันไป มันคงหัวเราะเยาะเราในใจ ฮึๆ ว่ายังงัยมรึงก็ต้องมาเสร็จตู อะไรประมาณนี่แน่เลย ผมจำเป็นต้องใช้บริการรถตู้พวกนี้เพราะกลัวรถหมดไม่มีรถเข้าเมืองซาปา ที่ทำการบ้านมารถตู้จากเลาไกไปซาปานี่เค้าจะคิดคนละ 25,000 ดอง แต่นี่เดินหารถตู้ที่จอดอยู่ทั้งหมดไม่มีราคาที่ว่านี่เลย ราคาที่เค้าเปิดมานี่เท่าตัวเลยคือคนละ 50,000 ดอง สุดท้ายก็ต้องต่อจนได้เหลือ ทั้งหมดสี่คนรวมที่ราคา 150,000 ดอง

ระยะทางจากเลาไกไปซาปานี่ประมาณสามสิบกว่ากิโล รถตู้ที่ผมนั่งมานี่ สุดยอดเลย อัดกันมาเป็นปลากระป๋องคนแน่นมาก แถมยังมาจอดแวะคุณป้า 2 คน ที่ขนปลาหมึกกลิ่นหึ่งๆ ขึ้นมาบนรถตู้ระหว่างทางอีก สิริรวมคนในรถตู้ทั้งหมด 13 คนไม่รวมคนขับ แต่รถตู้เค้าเป็นรถตู้คันเล็กไม่เหมือนบ้านเรานะ ระหว่างทางรถตู้คันนี้ถูกตำรวจทางหลวงเรียกไปสองรอบ ไม่แน่ใจว่าเป็นรถตู้ป้ายดำหรือป่าว เพราะตำรวจไถเงินได้ น่าจะเป็นรถตู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตประมาณนี้ ระหว่างทางไปซาปา ทางจะค่อนข้างคดเคี้ยว คล้ายๆ ที่แม่ฮ่องสอนเราน่ะครับ แต่ผมว่าที่แม่ฮ่องสอนทางคดเคี้ยวกว่านะ กว่าจะถึงซาปาก็ปาเข้าไปสิบโมงครึ่ง


บนรถตู้อัดเป็นปลากระป๋องเลยครับ

เราเดินหาโรงแรม ซาปา ซัมมิท ที่คนไทยมานี่ก็จะชอบพักกันเพราะเค้าบอกว่าถูกและดี แล้วก็วิวสวย ที่ทำการบ้านมาเค้าบอกว่าห้องที่นี่ ราคา 12-15 เหรียญ แต่ผมพักได้ในราคา 18 $ รวมอาหารเช้าเป็นห้องมีระเบียงอยู่ชั้น 5 กับ ห้อง 12 $ ไม่รวมอาหารเช้าอยู่ชั้นสอง ราคาก็แพงกว่าที่ทำการบ้านมาอีก มาถึงตอนนี้ยังงงๆกับตัวเองว่า เอ..นี่เราต่อราคาไม่เป็นหรือว่าราคาค่าครองชีพมันขึ้นหรือป่าวน้อ ได้ราคาแพงกว่าชาวบ้านทุกทีเลยน่ะ


โรงแรมเราตั้งอยู่บนเขาแบบนี้ล่ะครับ วิวหน้าต่างก็สวยดี


ห้องก็หรูหราเลยล่ะ ห้องนี้ราคา 18$ บางคนบอกมาว่าพักห้องนี้กันได้ 15$

เราไปถึงก่อนเวลาที่แขกห้องอื่นจะ Check Out เลยต้องรอก่อน พวกเราเลยออกไปเดินเล่นในเมือง ซาปาเป็นเมืองเล็กๆน่ารักดี ออกไปทางจีนนิดๆ อินเดียหน่อยๆ บ้านเรือนก็น่ารักดี ใจกลางเมืองจะเป็นลานกิจกรรมกว้างๆ เรียกว่า Square ซึ่งลานที่ว่านี่ เค้าใช้จัดกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึง Love Market ของชาวเขาที่จะมาจัดที่นี่ทุกวันเสาร์ด้วย (Love Market หรือ Saturday Market เป็นการชุมนุมของชาวเขา เค้าจะมาเจอกันแลกเปลี่ยนสินค้า เล่นดนตรี และที่สำคัญคือมองหาคู่ ก็เลยเรียกว่า Love Market นั่นเอง มีเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น) วันนี้เป็นวันเสาร์พอดี ผมก็เลยถามคนที่นั่นว่าวันนี้มี Love Market หรือป่าว เค้าบอกว่ามีตอนเย็น (เค้าใช้คำว่า This evening ทำให้ผมเข้าใจว่ามันคงมีประมาณ 5-6 โมงเย็นมั้ง)


ไปที่ไหนก็ต้องถ่ายรูปห้องน้ำ เป็นอะไรน้อเรา


อันนี้เป็นร้านซักอบรีด ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ เพราะเล่นซักแล้วตากกันบนชั้นสองเลยนะ


ใครไปซาปาก็จะชินกับภาพ เด็กชาวเขาตื้อให้ซื้อของ เหมือนบ้านเราเลยนะ

วันที่ไปถึงซาปานั้น มีการแข่งขัน Racing the Planet ด้วย เป็นการแข่งวิ่งมาราธอน 6 Stage รวมระยะทาง 250 Km แข่งใช้เวลา 6 วัน วิ่งจากเลาไก ผ่านเขาหลายๆลูกแล้วมาเข้าเส้นชัยที่ซาปา ตรงลาน Square ที่เล่าให้ฟังนี่ล่ะ น่าสนุกมากแต่ดูคนที่วิ่งเข้าเส้นชัยแต่ละคนโคตรอึดถึกทุยมากๆ วิ่งระยะทางเท่ากับระยะมาราธอน 42.5 Km ติดต่อกันหกวัน บนภูเขา เห็นแล้วคารวะเลย


คนนี้เห็นเค้ากำลังสัมภาษณ์อยู่น้ำตาไหลพรากๆ ไม่รู้ว่าดีใจที่ชนะหรือว่าเสียใจที่แพ้
เพราะไม่ได้ไปยืนฟัง คนนี้มาจากแคนนาดาเลยนะเนี่ย มาแข่งซะไกลเชียว


นี่บริเวณเส้นชัย คนนี้คนจีนวิ่งมาถึงเส้นชัยก็ชูป้ายสีชมพูว่า I love you ให้แฟนเค้าที่รออยู่ที่เส้นชัยเลย
โรแมนติก แต่ว่าอาจจะเหม็นหน่อยเนอะ



ตรง Square คนเพียบ


นี่ก็นักกีฬา

โรงแรมของเราอยู่บนเชิงเขา ต้องเดินขึ้นเขานิดหน่อย ระหว่างทางขึ้นไปโรงแรม จะมีร้านกาแฟน่ารักอยู่ร้านนึงที่ Lonely Planet และคนไทยที่เคยไปที่นั่น recommend ให้ลอง เพราะราคายุติธรรม เจ้าของนิสัยดีชื่อร้าน Baquette Chocolatte. พี่เล็กกับเจ๊กบรู้สึกเมื่อยเลยปล่อยให้ผมเดินเล่นกับลูกลิงส่วนเค้าจะไปนั่งรอร้านกาแฟที่ว่านี่ล่ะ ผมกะลูกลิงก็เลยเดินตะเวนซาปาจนทั่ว ซาปาเดินแป๊บเดียวก็ทั่วแล้วเพราะมันเป็นเมืองเล็กๆ เดินไปถึงทางเข้าหมู่บ้าน แคทแคท (Cat Cat) ซึ่งเราวางแผนจะมาเดินกันในวันสุดท้ายก่อนกลับ


ชาวเขาเดินกันให้ควัก ขายของพื้นเมืองเยอะเลย


นี่ก็น้องชาวเขา พอถ่ายรูปนี้เสร็จน้องสองคนเดินมาขายของผมเลยล่ะ


นี่ก็หมวกสีสวยเลย ขายอยู่ที่ซาปาเต็มไปหมด

ผมกะลูกลิงเดินกลับไปที่ร้านกาแฟเพื่อไปตามพี่เล็กกับเจ๊กบซึ่งเดาว่าคงหายเมื่อยขาแล้ว ให้มาเดินต่อ เราจะเข้าไปเที่ยวในสวนกล้วยไม้กัน ที่สวนกล้วยไม้นี่มีหอวิทยุซึ่งอยู่บนยอดเขาขึ้นไปได้ และเป็นจุดชมวิวที่มองลงมาแล้วเห็นซาปาทั้งเมือง ไม่ไปไม่ได้ กว่าจะเดินขึ้นถึงก็ขาเดี้ยงเลย แต่ก็สวยดีนะเห็นวิวเมืองซาปาเลย เจ๊กบกะพี่เล็กก้อรอที่ข้างล่างไม่ยอมเดินขึ้นตามขึ้นมา คนแก่ก็งี้น้อ...อิอิ


ลูกลิงหลังจากปีนป่าย Radio Tower นี้เพื่อขึ้นไปชมวิวเมืองซาปา เรียกอีกอย่างว่า Cloud Yard


ป้างทางขึ้น Cloud Yard


นี่วิวเมืองซาปาอีกมุมขาลงจากสวนกล้วยไม้ยืนถ่ายกันตรงนี้ รูปที่ได้ก็เป็ฯรูปทางขวามือ

เราเดินกลับก็ฟ้ามืดพอดี เรากินอาหารเย็นกันที่โรงแรมซัมมิทนั่นล่ะ เรายังคุยกันเลยว่ะ แปลกเนอะ ไม่เห็นมี Love Market ที่ Square เลยนี่ฟ้ามืดแล้ว สงสัยเสาร์นี้เค้าไม่มีมั้ง ก่อนขึ้นห้องผมก็เลยถามที่โรงแรมว่า ถ้าพรุ่งนี้ผมอยากจะไปเที่ยว หมู่บ้านตาฟิน (Ta Phin) กับเดินเขาไปหมู่บ้าน ตาวัน(Ta Van) เค้าจะคิดเท่าไร เดวิด เป็นคนรับผิดชอบเรื่องทัวร์ต่างๆที่โรงแรมซัมมิท ให้ข้อมูลเราว่า ไปแค่สองที่นี่ก็พอแล้วเพราะหน้านี้ ไม่ค่อยสวย โดยเฉพาะน้ำตก Silver มันก็จะมีน้ำน้อยไม่ต้องไปหรอก เค้าบอกว่าจะเอารถให้เราพรุ่งนี้พร้อมไกด์ท้องถิ่น 1 คน คิด 70 $ ผมก็รู้สึกแพงเหมือนกันแต่ก็เอาว่ะ ขี้เกียจจะไปเปรียบเทียบกับราคาที่คนอื่นเค้ามากันแล้ว ก็เลยตอบตกลงไปเลยเพราะเค้าบอกว่าเป็นทัวร์สำหรับพวกเราสี่คนเท่านั้น ไม่มีคนอื่นไปด้วย ผมกว่าจะได้นอนปาเข้าไปสี่ทุ่มพอดี



ของที่ระลึกขายตามทางในตลาด เป็ฯพวกพวกกุญแจ


น้องคนนี้แกยังตื้อผมไม่เลยเลย 555 น่ารักดี


นี่ก็บรรยากาศแถว Square เป็นตลาดชาวเขา


โบสถ์ที่อยู่ตรงข้าง Square


ส้มนี่ล่ะ อร่อยสุดยอด อยู่ซาปาตั้งหลายวันไม่ได้ซื้อกินเลย เพราะเห็นผิวมันไม่เรียบดูไม่น่ากิน
แต่รสชาดสุดยอด ใครไปซาปาอย่าลืมซื้อกินนะ คิดถึงแร้วน้ำยายไย๋ย



นี่ก็บริเวณเมืองซาปาอีกด้านนึงของ Square


ตลาดชาวเขาตอนค่ำๆวันเสาร์


นี่ก็ด้วย ตลาดชาวเขาตอนค่ำๆวันเสาร์


อันนี้เป็นเมืองซาปายามค่ำคืน เต็มไปด้วยโรงแรม ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก


สีพ่นผนัง ปิดดึกนะร้านนี้


ขาเดินกลับโรงแรมเราแวะซื้อน้ำร้านโชห่วยร้านนี้ล่ะครับ

กลับไปวันที่สาม