Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

Day 7: Jordan(Jerash-Petra) July 10, 2006

ผม check out ออกจากโรงแรม 9 โมงตรงพอดี เราฝากกระเป๋าใบนึงไว้ที่นี่อย่างที่บอก คนอียิปต์ที่ทำงานที่โรงแรมที่เราพักบอกว่า รถไป Petra หมดประมาณ ห้าโมงเย็น ผมเลยคิดว่าเราพอมีเวลาที่จะไปเที่ยว Jerash คิดได้ดังนั้นก็เอาเป้ทั้งหมดฝากไว้โรงแรมก่อน เพราะ Jerash นี่ห่างจาก Amman ไปทางเหนือแค่ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น จะได้ไม่ต้องแบกเป้หลังแอ่น ค่ารถมินิบัสไป Jerash ตกคนละ 0.5 JD ถูกดี แต่อย่างที่บอกต้องนั่งรอกว่าคนจะเต็มรถ รถบัสถึงจะออกเดินทางน่ะ

ผมกะลูกลิงมาถึง Jerash เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงกว่าๆ ร้อนอีกแล้วครับท่าน คือต้องเดินตากแดดชม Jerash อีกแล้ว Jerash ก็ไม่มีอะไรมากนะ เป็นเมืองร้อยเสา คือเสาเต็มไปหมด เสาสไตล์โรมัน มันค่อนข้างผุพังแล้ว เห็นมั้ยครับท่านจากรูปด้านล่างเสาล้วนๆ เดินไปสองกิโล สามกิโล ก็มีแต่เสา แล้วช่วงที่เราไปกันนี่ จะบอกว่าซวยจิงๆ เพราะ Jerash มันซ่อมแซมอยู่ มีทั้งรถเครน ตู้โครงเหล็ก คนงาน โหย ถ่ายรูปแทบไม่ได้เลย ไม่มีมุมถ่าย ถ่ายมุมโน้นก้อติดรถเครน ถ่ายมุมนี้ติดตู้ ถ่ายมุมนั้น มีคนงานปีนอยู่ห้าคน โอยเซ็งเลย


นี่ก็เป็นประตูทางเข้าทางทิศใต้ของ Jerash เรียกว่า South Gate

ก่อนเข้า South Gate นี่เราต้องซื้อตั๋วก่อนนะ ไม่งั้นเดินไปสองกิโลไม่มีตั๋ว ต้องเดินย้อนกลับมาใหม่อีก ที่นี่อย่างที่บอกไม่มีอะไรเลยครับเดินเล่นแป็บเดียว ก้อไม่อยากเดินแล้วเพราะร้อนจริงๆ พวกเราเลยตัดสินใจออกจาก Jerash ตอนประมาณบ่ายโมง สรุปคือเดินเล่นแค่ชั่วโมงเดียวก็แฮ่กแล้ว ขากลับนั่งรถ minibus กลับ คนละ 1 JD คนขับนี่สูบบุหรี่ตลอดทางเลย ผมกะลูกลิงแทบอ้วก เหม็นซิกเป๋ง แถมมันยังเปิดเพลงแขกเป็น soundtrack ประกอบไปตลอดทางอีก แล้วมันยังนิสัยไม่ดีอีก พอมาถึง เมืองอัมมาน แถบๆ ชานเมือง มันบอกว่านั่งรถเมล์ต่อไปเองนะ มันส่งให้แค่นี้ แน่ะ ดูมันสิ อย่างนี้ก็มีด้วย ผมจำใจลงจากรถ โดยไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนในเมืองอัมมาน ผมกับลูกลิงต้องโบกรถเมล์ทุกคันที่ผ่านถนนเส้นนั้น เพราะไม่รู้ว่าคันไหนบ้างที่ไปสถานีอับดาลีบ้าง สุดได้ก้อเจอคันนึง โย่ๆ รอดตายแล้วตู ที่กลัวนี่ไม่ใช่อะไรหรอกครับ กลัวว่าจะไป Petra คืนนี้ไม่ทันน่ะ ผมกลับมาถึง Sydney Hostel ตอนประมาณบ่ายสองกว่าๆ ก็รีบเอาเป้ใบที่เราจะเอาไปเที่ยวด้วยออกมาจากโรงแรม แล้วจ้าง Taxi ให้ไปส่งสถานีรถเมล์ที่จะไปเมือง Petra คนขับ Taxi ใจดีมาก ชื่ออับดุล ช่วยเหลือเราทุกอย่าง เตือนเราว่าระวังถูกรถเมล์หลอกให้ซื้อตั๋วแพง หลอกให้ซื้ออาหาร เค้าพาเราไปแวะซื้อของกินเล็กน้อยก่อนพาไปส่งที่รถเมล์ เพราะอับดุลบอกว่า ของกินระหว่างทางแพงมากๆ แถมอับดุลยังมาช่วยต่อค่ารถเมล์ให้ด้วยจากคนละ 5 JD เหลือคนละ 2.5 JD โห ช่างมีน้ำใจมากๆ


เมืองร้อยเสา Jerash


นี่ก้ออีกร้อยเสา ลืมนับไปว่ามีทั้งหมดกี่เสา


อ่อมี Theater ให้ดูด้วยใน Jerash

พอขึ้นมาบนรถเมล์ ก้อเจอพวก Backpacker ชาวญี่ปุ่นกับเกาหลี กำลังจะไป Petra เหมือนกัน นั่งคุยกันเค้าบอกว่าเค้าไปอิสราเอล มาด้วย ไปกรุงเยรูซาเร็มมาเลยล่ะ เค้ารอดอย่างหวุดหวิดเพราะช่วงที่ไปนี่ อิสราเอล เริ่มรบกับ เลบานอนแล้ว ดีที่รอดกลับมาได้ รถเมล์ออกจากเมืองอัมมานประมาณบ่ายสามโมงครึ่ง กระเป๋ารถเมล์พูดมาก ชอบมาถามนู่นถามนี่ผมง่วงจะแย่ แต่พี่แกจะชอบชวนคุยตลอดทาง ในที่สุดเราก็มาถึงเมือง Petra เวลา หกโมงครึ่ง ผมกะลูกลิงรีบลงจากรถไปหาโรงแรมเลย พวกญี่ปุ่นไปพักโรงแรม Valentine ที่เค้าแนะนำในหนังสือ Lonely Planet ส่วนผมกะลูกลิงไปพักโรงแรม Peace way hotel อันนี้ที่ Sydney Hostel เค้าแนะนำมาอีกที ว่าไม่แพง ก็เลยเชื่อเค้า ปรากฎว่าเป็นเจ้าของเดียวกันเลย หน้าตาโรงแรมเหมือนกันเป๊ะ แต่ห้องที่นี่ห่วยกว่า Sydney มากๆ หลังจาก Check-in เสร็จ เราก็ออกมาเดินเล่น เดินลงเขาไปจนถึงทางเข้า Petra เลย พวกเราโชคดีมากที่มาถึง Petra ในวันจันทร์ เพราะทุกคืนวันจันทร์จะมี Night Tour พาเดินเข้าไปผ่านช่องแคบหินในภูเขาที่เรียกว่า The Siq ในเวลากลางคืน เค้าจะจุดเทียนเป็นทางเดินเข้าไปในช่องแคบเขาประมาณ 2 กิโล สวยมากๆ เลย เค้าคิดคนละ 12 JD แพงอยู่เหมือนกัน เดินเข้าไปมืดสนิทเลยนะ มองบนฟ้าก็เห็นดาวเต็มฟ้าเลยสวยมาก เดินเข้าไปจนถึง Theasury นี่เป็นไฮไล้ท์ของเมือง Petra เลยล่ะ The siq กับ Theasury เนี่ย มากลางคืนก็อีกอารมย์นึง มากลางวันก็อีกอารมย์นึง เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาที่นี่อีกที


บรรยากาศเมือง Petra ร้านค้า ร้าน supermarket


นี่งัยอย่างที่บอกเค้าจะจุดเทียนแล้วเอาถุงกระดาษครอบไว้กันดับ เป็นทางยาวสองกิโลในช่องเขา เราก็เดินเข้าไปเรื่อยๆ จนถึง Theasury รูปขาวสุดนี่ล่ะ เค้าก็มีพวก Beduin เบดูอิน มาเล่นดนตรีพื้นมืองให้ฟัง แล้วก็มีน้ำชาพื้นเมืองให้ชิมด้วย แต่ขอบอกว่ามันหวานเกินไปไม่อร่อยเลย

มีเรื่องตื่นเต้นจนหัวใจพองโตเลยเกิดขึ้นในคืนนั้นกับผมและลูกลิงด้วยครับ คือในระหว่างที่เราเดินกลับออกจาก The Siq เนี่ย พนักงานเค้าก็เริ่มเก็บเทียนที่จุด เดินไล่ตามหลังพวกเรามา พอเก็บเทียนไปเนี่ย หมดสิทธิ์เดินเลยครับเพราะมันมืดมากๆ มืดแบบมองไม่เห็นแม้กระทั้งคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ผมกะลูกลิงก็เดินออกมาเรื่อยๆ จนมาถึงครึ่งทางของ The Siq ผมเอามือจับกระเป๋ากล้องปรากฎว่า Passport ของผมกะลูกลิงหายไปไหนก็ไม่รู้ ตอนนั้นหัวใจมันหวิวเลย เอาแล้วตู ยังไม่ได้เที่ยวจอร์แดนเท่าไรเลย Passport หายจะทำงัยดี ผมคิดว่ามันต้องหล่นตอนที่นั่งฟังพวกเบดูอินเค้าเล่นดนตรีที่หน้า Theasury แน่ๆเลย ทำงัยดี กลับไปก้อไม่ได้แล้วเค้าเก็บเทียนหมดแล้ว ผมวิ่งกลับเข้าไปหาพนักงานที่เค้ากำลังเก็บเทียนตามหลังพวกเรามา บอกเค้าว่าผมทำ Passport หายสองเล่มในนี้ ไม่รู้ว่าหล่นตรงไหน ถ้ามันหล่นตอนฟังเพลงก้อคงดีเพราะเค้าคงหาเจอ ตอนเก็บเสื่อ แต่ถ้าหล่นระหว่างทางตอนที่ผมถ่ายรูปไปมาใน The Siq นี่ อ้วกแน่เลย คงหาไม่เจอเพราะมันมีแต่หิน แล้วมืดมากแล้วทางก็ตั้ง 2 กิโล ต้องปลงอย่างเดียว ตอนนั้นนึกว่าจะอดเที่ยวแล้ว ต้องไปติดต่อสถานฑูตไทย จำได้ว่าไม่มีสถานฑูตไทยในจอร์แดนซะด้วย มีที่อิรัก เอาแล้วตูทำงายฟระนี่ หน้าตาตื่นทั้งสองคน พนักงานบอกให้ผมไปคอยที่ปากทางออกที่ขายตั๋ว แล้วเค้าก็วิทยุไปบอกคนข้างในให้หา สุดท้ายผมไปรอที่หน้าประตูด้วยความใจจดใจจ่อ ระหว่างที่นั่งคอยมีแขกโพกหัวใส่ชุดขาวเดินออกมาถามผมว่ามาจากประเทศไทยเหรอ ผมก็บอกว่าใช่แล้ว ตอนนั้นไม่ค่อยอยากคุยกะเค้าเท่าไรเพราะใจไปอยู่กะ Passport หมดแล้ว เค้าก้อยังชวนคุยต่ออีกว่า เค้าเคยไปเมืองไทยนะ ชอบเมืองไทยมาก คุยสักพัก เค้าก็บอกว่าเค้าจะไปแล้วนะ เค้ายื่นนามบัตรให้ แล้วเค้าก็บอกผมว่า "ผมว่าไอ้นี่มันเป็นของคุณนะ" พูดจบเค้าก็ควัก Passport 2 เล่มออกมาจากกระเป๋าเสื้อ โอ มายก๊อดตูรอดตายแล้วเฟ้ย...

กลับไปดูวันที่หก