Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

Day 6: Jordan(Madaba-Mt.Nebo-Dead Sea) July 9, 2006

เมื่อคืนยุงเยอะมาก แต่อากาศเย็นสบายดี นอนเปิดพัดลม เปิดหน้าต่าง อ้าซ่าเลยยุงเลยเข้าห้องเพียบ นอนไปเกาไป เช้านี้ก็กินอาหารที่ Sydney Hostel นั่นล่ะ มีแป้ง ไข่ต้ม แล้วก็ ชาร้อน ไม่ได้เรื่องเลย วันนี้แผนของผมคือจะไปเที่ยวสามที่ ที่แรกคือเมืองมาดาบ้า (Madaba) เป็นเมืองที่มีโมเสดเก่าแก่ให้ดูมากมาย แล้วที่ๆสองที่เราจะไปคือเม้าท์นีโบ้ (Mount Nebo) เป็นที่ที่โมเสด ไม่ใช่กระเบื้องโมเสดนะ แต่เป็นคนชื่อโมเสดที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์ไบเบิ้ลซึ่งผมไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่เคยได้ยินชื่อโมเสด มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่อัสสัมศรีราชาน่ะ ชอบโดดห้อง Study ไปนั่งหลับในโบสถ์ พูดถึงตอนเรียนประจำที่อัสสัมก็สนุกไปอีกแบบ ทุกๆวันจะมีบังคับให้นั่งอ่านหนังสือ หรือทำการบ้านในห้อง Study วันละสองชั่วโมง ผมเกลียดช่วงเวลานี้มาก เพราะต้องนั่งอ่านหนังสือเฉยๆ มีการจดชื่อคนคุยในห้อง อะไรประมาณนี้ น่าเบื่อมาก แต่ถ้าเราไม่อยากเข้าห้อง Study เราก็ไปอยู่ในโบสถ์ได้ ผมไปประจำจนรู้จักโมเสดที่นั่น อิอิ มาที่ เม้าท์นีโบ้นี่เค้าบอกว่าเป็นที่ที่โมเสดถูกฝังน่ะ สาธุ วันหลังจะมาเขียนเรื่องอัสสัมศรีราชาให้ฟังก็แล้วกัน ว่าจะกลับไปถ่ายรูปโรงเรียนอัสสัม เห็นว่าตอนนี้เจริญไปโขเลย ได้เห็นแว่บๆ ในหนังเรื่องเด็กหอนี่ ยิ่งดูยิ่งคิดถึงโรงเรียนเก่า พูดถึงเรื่องเที่ยวต่อดีกว่า แล้วที่ที่สามที่เราจะไปคือทะเลสาป Dead Sea นอกจากมันจะได้ชื่อว่าทะเลสาปเค็มที่สุดในโลกแล้ว มันได้ชื่อว่าเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของโลกด้วยนะ

หลังจากที่ผมกะลูกลิงกินข้าวเช้าเสร็จก็ออกเดินทาง นั่งรถ Taxi จากหน้าโรงแรมไปลงที่สถานีรถอับดาลี เพื่อไปขึ้นรถเมล์เล็กมุ่งสู่เมืองมาดาบ้า สถานีอับดาลีก้อเป็นอย่างที่เห็นในรูปน่ะล่ะ คล้ายป้ายรถเมล์บ้านเราแถวๆอนุเสาวรีย์ชัยนั่นเอง แต่ดูสกปรกกว่าเยอะ รถเมล์ก็เป็นรถเมล์เก่าๆ เป็น มินิบัส รถเมล์บ้านเราดีกว่าเยอะครับ ผมไม่รู้หรอกว่าคันไหนไปมาดาบ้า ต้องเดินไปถามร้านขายน้ำแถวๆสถานีให้เค้าชี้ให้ดูว่าคันไหนไปมาดาบ้า เพราะที่ข้างรถเขียนเป็นภาษาอราบิคทั้งนั้น อ่านไม่ออกเลย ค่ารถมินิบัสไปมาดาบ้าแค่คนละ 0.5 JD ค่ารถเมล์ที่นี่ไม่แพงเลย จริงๆมาดาบ้า ไม่ได้ไกลจากเมืองอัมมานเท่าไร แค่ประมาณ 45 นาทีก้อถึงแล้ว แต่นานตรงนั่งรอคนจนเต็มรถ รถมันถึงจะออก รถจอดรับคนขึ้นลงตลอดทาง


สถานีอับดาลี รูปขวาถ่ายบนมินิบัสที่เรานั่งไปมาดาบ้า

รถออกจากอัมมานประมาณ สิบโมง มาได้แป็บเดียวรถเมล์ก็มาจอดที่ปั๊มเติมน้ำมัน กว่าจะถึงมาดาบ้าจริงๆ ก็ประมาณสิบเอ็ดโมงกว่าๆ เมืองมาดาบ้าก็เป็นเมืองเล็กๆ บ้านเรือนก็สไตล์นี้ทั้งหมด คือเป็นหินๆเป็นร้านไม่เกิน 2 ชั้น ไม่เห็นมีตึกสูง


นี่ถ่ายคนเติมน้ำมัน ที่รถมินิบัสเราจอดแวะเติม


บรรยากาศเมืองมาดาบ้า ตอนเที่ยงๆ แดดแรงแต่ไม่ร้อนมากเพราะมีลมเย็นๆพัดตลอด

ที่แรกที่เราแวะในเมืองมาดาบ้า ก็คือโบสถ์ St. George's Church เป็นโบสถ์เก่าแก่ ที่พื้นโบสถ์ประดับประดาไปด้วยโมเสด แสดงเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิ้ล ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไรบ้าง แต่ก็ดูสวยดี จริงน่าจะศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์ไว้ก่อนที่จะมาจอร์แดนจะดีกว่า เพราะเราจะได้เข้าใจเรื่องราวมากกว่านี้


จะบอกว่าเมืองมาดาบ้านี้ไม่มีอะไรให้ดูนอกจากโมเสด ดูกันจนเอียนเลยครับ


นี่ก็เป็นบรรยากาศภายในโบสถ์ St.George's Church นักท่องเที่ยวกำลังจ้องเลขเด็ดที่พื้นโบสถ

จากนั้นผมกะลูกลิงก็รู้สึกหิวตะหงิดๆ เลยเดินเข้าไปในตลาดหาร้านไก่ย่าง เพราะตอนลงจากรถเมล์มองเห็นร้านไก่ย่างแว่บๆ เดินไม่ไกลหรอกครับ จากโบสถ์เดินแค่ 5 นาทีก็เดินมาเกือบทั่วตลาดแล้ว ในที่สุดก็หาร้านขายไก่เจอ ไก่ที่จอร์แดนนี่ก็ประมาณไก่ย่างห้าดาวบ้านเราน่ะ เพราะมันจะเสียบเหล็กหมุนๆ อยู่ในตู้โชว์แสตนเลสหน้าร้าน เค้าขายกันตัวละ 3 JD หรือไม่บางร้านก็ 3.5 JD รถชาดสู้ไก่ย่างตลาดนัดบ้านเราไม่ได้เลย มันจะจืดๆ ต้องโรยเกลือเวลากิน คนที่นี่พูดภาษาอังกฤษไม่่ค่อยได้เลย ผมกะลูกลิงสั่งไก่มากว่าจะขอน้ำจิ้มได้ เมื่อยมือเลย ต้องทำท่าทางประกอบซะเหนื่อย

ผมอ่านจากใน Lonely Planet เค้าบอกว่า รถที่จะไป Mt.Nebo หรือ ทะเลสาป Dead Sea นี่ไม่ค่อยมีต้องจ้าง Taxi หรือไม่ก็โบกรถไปเอง ไม่มีรถเมล์ไป ผมกะลูกลิงมายืนโบกรถกันในตลาด สุดท้ายได้รถ Taxi แต่เป็น Service Taxi คือเป็น Taxi ที่เป็นการนั่งรวมกับผู้โดยสารอื่น เหมือนๆ รถตู้บ้านเรานั่นล่ะ แต่ผมบอกว่าขอจ้างเลยได้มั้ย ให้พาไป Mt.Nebo ไปเที่ยวเดียวไม่ต้องรอกลับ หน่อย เค้าคิดผม 2 JD ผมก็เอาเลย ระหว่างทางเค้าก็ยังรับผู้โดยสารขึ้นลง ทั้งๆที่ผมจ้างเหมาแล้วนะนี่ คนขับอัธยาศัยดี แต่พูดปะกิตไม่ค่อยได้ ผมพยายามชวนเค้าคุยซึ่งเค้าพอเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เห็นว่าอัธยาศัยดีนะเนี่ย จริงๆไม่หรอก ผมกะว่าจะจ้างเค้าไปให้ถึงทะเลสาปเลย ผมลองแย็บๆดูว่าเค้าจะคิดเท่าไร จ้างโลดให้ไปจนถึงทะเลสาปแล้วรอผมเล่นน้ำ แล้วพากลับมาส่งที่มาดาบ้า เค้าบอก 15 JD ผมก็โหเอาสิ ไม่แพงอย่างที่คิด ในหนังสือบอกว่า 30 JD ถ้าเป็น Chartered Taxi แต่นี่ ว้าว ถูกกว่ากันตั้งครึ่ง ไม่ต้องโบกรถให้เหนื่อยด้วย


นี่คือคนขับ Service Taxi ที่ผมเช่าไป ชื่อราเอ็ด (Ra'Ed) แอบดูทะลุหน้าต่างราเอ็ดแล้วจะเห็นว่าระหว่างทางไปนี่ไม่มีอะไรเลย มันมีแต่ทรายกับทรายเห็นมั้ย


ลูกลิงกับ Mt.Nebo อยากบอกว่าไม่มีอะไรเลยบนนี้ มีวิวสวยๆให้ดู กับโมเสดในพื้นโบสถ์ คล้ายๆที่ St George's Church แล้วก็มีสัญลักษณ์อย่างที่เห็นในรูปข้างบนน่ะ เหมือนไม้กางเขนทำด้วยเหล็ก ผมอยู่บน Mt.Nebo เนี่ยตอนบ่ายหนึ่งเห็นจะได้ แดดแรงมากๆ ดำเลยล่ะวันนี้

ออกจาก Mt.Nebo ก็มุ่งหน้าไปทะเลสาป Dead Sea ที่ผมรู้จักมาตั้งแต่เด็กในวิชาภูมิศาสตร์ว่า ไอ้ทะเลสาปนี้มันเป็นสุดยอดแห่งความเค็ม คนลงไปไม่มีจม เพราะความหนาแน่นของเกลือในน้ำมันมาก จนคนลงไปแล้วลอยได้เลยแต่ผมเพิ่งมารู้จากหนังสือนี่ล่ะ ว่านอกจากมันเค็มที่สุดแล้วมันยังเป็นจุดที่ต่ำจากน้ำทะเลที่สุด ของโลกด้วยนะ ราเอ็ดพาผมมาตามทางลงเขาจาก Mt.Nebo ระหว่างทางก็เห็นแต่ทราย แล้วก็เหว น่ากัวเหมือนกัน แต่ในที่สุดราเอ็ดก็พาเรามายัง ทะเลสาปโดยปลอดภัย ผมรู้มาว่าหาดที่นี่ยาว 65 กิโลเมตร แล้วก้อมีจุดที่ให้ลงเล่นได้ไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นหาดส่วนบุคคล ของโรงแรม แทบไม่มีหาดสาธารณะ ถึงมีก็ไม่มีที่อาบน้ำ ผมต้องเสียเงินคนละ 8 JD เข้าไปในหาดส่วนบุคคลของโรงแรม Amman Beach Resort เพื่อที่จะลงเล่นในทะเลสาปแล้วก็มีที่อาบน้ำจืดให้ แพงมากๆ สองคนรวมกันแพงกว่าค่ารถที่จ้างมาทั้งทริปอีก ผมให้ราเอ็ดรอประมาณ 2 ชั่วโมงนะ ผมกะลูกลิงจะลงไปเล่นน้ำซะหน่อย ของที่ขายใน Amman Beach Resort นี่แพงมากๆ อย่างโค้กกระป๋องนึงตั้ง 1 JD ปรกติซื้อข้างนอกแค่ 250 Fils เอง น้ำขวดใหญ่ 1.5 JD ซื้อข้างนอกแค่ 0.5 JD แพงกว่ากันสามสี่เท่า ผมซื้อโค้กเลี้ยงราเอ็ดไป 1 กระป๋อง

ผมกะลูกลิงตื่นเต้นมากที่จะได้ลงไปลอยใน Dead Sea นี่เป็นสิ่งนึงที่อยากทำในชีวิตเลยนะ บรรยากาศรอบๆทะเลสาปนี่ไม่มีอะไรเลย มองไปฝั่งตรงข้ามของทะเลสาปก็เห็นอิสราเอลแล้ว ใกล้กันมากๆ น้ำในทะเลสาปเค็มมากจริงๆ ผมลองชิมแล้วมันเค็มจนขมเลย แล้วมันก้อลอยได้จริงๆด้วย มันลอยได้ค่อนข้างสูงเลยนะ แบบตัวลอยพ้นน้ำเยอะเหมือนกัน ผมเผลอทำน้ำเข้าตาด้วย โหยแสบมากๆ กว่าจะลืมตาได้แทบแย่ ย้ำว่าแสบจริงๆ แสบเข้าไปในกุงเกงด้วยนะ อิอิ คิดแล้วแสบขึ้นมาเลย อิอิ ลอยน้ำเล่นพักเดียวก็เห็นคนเค้าพอกโคลนกันอยู่ ก็ไปถามเค้าว่าเท่าไร เค้าคิดคนละ 3 JD ผมก็บอกว่าผมไม่เอาดีกว่า ผมเหลือเงินแค่ 3 JD เลยต่อไปต่อมาเค้าก็เลยแถมให้เหมือนซื้อหนึ่งคนแถมหนึ่งคน ไม่รู้มันไปเอาโคลนที่ไหนมา เพราะตรงที่ผมลงไปลอยตุ๊บป่องๆ กับลูกลิงนี่พื้นทะเลสาปเป็นกรวดหินหมดเลย ไม่มีโคลน พอกเสร็จก็ต้องรอให้แห้งจนตึงแล้วค่อยลงไปล้างในทะเลสาปอีกที


มีคนมาเที่ยวทะเลสาปไม่มากนัก เพราะหน้านี้ไม่ใช่หน้าท่องเที่ยว แดดมันร้อนเสียเหลือเกิน


มาถึง Dead Sea แล้วไม่ได้มาพอกโคลนก็เหมือนมาไม่ถึงนะ นี่ลูกลิงแปลงกายดำอยู่แล้ว ยังพอกจนดำปี๋อีก อิอิ

กว่าผมจะพอกโคลนเสร็จ อาบน้ำจืดแล้วก็แต่งตัวออกมาจากตรงนั้นประมาณ ห้าโมงครึ่งแล้ว ราเอ็ดเดินเข้ามาหาผมหน้าโรงแรมแล้วทำท่าไม่พอใจ บอกผมกว่าทำไมเล่นน้ำนาน ตามที่ตกลงกันไว้สองชั่วโมงเค้าบอกว่าเกินเวลาที่ตกลงกันไว้ เค้าบอกว่ามาทั้งทริปนี่ปาเข้าไป 4 ชั่วโมงแล้ว เค้าิคิดผมสองชั่วโมงแรก 15 JD ชั่วโมงที่เกินนี่ราเอ็ดมันบอกว่ามันคิด 30 JD คือสิริรวมที่ราเอ็ดบอกผมว่าผมต้องจ่ายมันทั้งสิ้น 45 JD อ้าวบ้าไปแร้น ตกลงกันว่า 15 JD ทั้งทริป ทำไมเปลื่ยนราคากลางอากาศอย่างนี้ ผมยืนกระต่ายขาเดียวบอกว่า 15 JD เท่านั้น ผมมีเท่านั้น ราเอ็ดทำท่าไม่พอใจ แต่ก็ขับรถพาพวกผมกลับมาดาบ้าแบบหน้าบูดๆเล็กน้อย ก่อนลงรถ ผมจ่ายให้ราเอ็ด 15 JD ตามที่ตกลงกันไว้ มันก้อยังบอกว่าจะเอา 45 JD ผมบอกว่าให้ 20 JD เอามั้ย มันบอกว่าไม่เอา ผมก็เริ่มหงุดหงิดแล้วทีนี้ ราเอ็ดเห็นผมทำท่าไม่พอใจ มันเลยบอกว่าให้มันเพิ่มอีก 3 JD รวมเป็น 18 JD ก็แล้วกัน ผมฟังแล้วก็งงๆ อะไรว่ะ เมือกี้ตูจะให้ 20 JD มันไม่ยอมเอา เถียงตั้งนานมันบอกเอา 18 JD ผมขำในใจแล้วรีบยื่นตังค์ให้ราเอ็ดไปอีก 3 JD อิอิ เสร็จพี่ไทยเลย

ผมกะลูกลิงนั่งรถเมล์เล็กจากมาดาบ้ากลับสถานีอับดาลี กว่าจะถึงอับดาลีก็ทุ่มกว่าๆแล้ว ก็เลยเอาของไปเก็บในโรงแรมก่อน แ้ล้วเราก็ออกไปซื้อเชอร์รี่ในตลาดมาไว้กินคืนนี้ แล้วเราก็แวะกันข้าวหมกไก่ กับไก่ย่างหมักซอสเผ็ดคล้ายๆบาบีคิว ที่ร้านในเมืองอัมมาน มื้อที่เห็นข้างล่างนี่ 2.7 JD ก็ประมาณ 150 บาทไทย


ลูกลิงนั่งกับข้าวหมกไก่ รถชาดไม่สู้ของบ้านเรา

กินเสร็จก็กลับมาโรงแรม วันนี้ผมกะลูกลิงต้องจัดกระเป๋าเป้ใหม่ เพราะเราจะต้องย้ายจากเมืองอัมมานลงไปทางใต้แล้ว กะว่าจะแพคเป้ให้เหลือใบเดียว แล้วฝากอีกใบนึงไว้ที่นี่ เพราะเราจะไปเมือง เพตรา แล้วก็ อะคาบ้าลงใต้ไปเรื่อยๆ จะได้ไม่ต้องแบกเป้หนักตลอดทาง คืนนี้ก็เลยนอนกันดึกเลยกว่าจะจัดกระเป๋าเสร็จ เห้อเหนื่อยเจงๆ

 

 


กลับไปดูวันที่ห้า