Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

Day 1: Bangkok-Oman (Muscat) July 4, 2006

ทริปนี้มีทั้งหมด 4 คน มีพี่คนที่เอ่ยนามไม่ได้สองคน แล้วก็มีผมกะลูกลิง มีเรื่องให้ตื่นเต้นตั้งแต่วันแรกของการเดินทาง ผมเอารถมาจอดไว้ออฟฟิตเพราะอยุ่ใกล้สนามบิน อีกอย่างจะได้ให้พี่สาวผมคอย start รถให้ด้วย ปรากฎว่าพี่สาวผมก็ใจดีจะไปส่งให้ที่สนามบินให้ พวกเราก็เอากระเป๋าเป้ สัมภาระทั้งหมดใส่ท้ายรถพี่สาวผมแล้วก็ขึ้นนั่ง ปรากฎว่ารถ start ไม่ติด ก็ไม่เป็นไรเอารถผมไปก็ได้ แต่ปรากฎว่ารถพี่สาวผมก็ดีเกินไปอีก พอรถ start ไม่ติดระบบไฟฟ้าก็ปิดตัวเอง ทำให้เปิดท้ายรถไม่ได้ แล้วท้ายรถเค้าก็เปิดด้วยกุญแจไม่ได้อีก เอาแล้วตู ตกเครื่องบินแน่ๆ ทำงัยเอากระเป๋าออกจากท้ายรถไม่ได้ แต่ก็โชคดีที่ว่าที่นั่งหลังรถมันมีรูเปิดไปหาห้องสัมภาระท้ายรถได้ เลยรอดอย่างหวุดหวิด

พวกเราไปถึงสนามบินแบบทุลักทุเลนิดหน่อย เราบินโดยสายการบิน Gulf Air ตอนไปนี่ตั้วขากลับผมยังไม่ confirm เลย จริงๆมัน confirm แล้วล่ะ แต่มีการยกเลิกเที่ยวบินทำให้ผมไม่มี Flight ขากลับจากจอร์แดน แต่ไหนๆ มันต้องไปแล้ว ทำงัยได้ เดี๋ยวค่อยโทร check ทีหลังก็แล้วกัน

เครื่องบินออกจากกรุงเทพเวลาประมาณสิบโมงเช้าน่ะ ใช้เวลาบินมาถึงโอมานก็ประมาณ 6 ชั่วโมง เวลาที่โอมานช้ากว่าบ้านเรา สามชั่วโมง เราบินมาถึงประมาณเที่ยงครึ่งเวลาประเทศโอมาน สนามบินเค้าชื่อแปลกดี ชื่อสนามบินเสี้ยบ (Seeb International Airport) นั่งกันตูดชาเลย อาหารบนเครื่องก็ไม่ค่อยอร่อยเท่าไร พอถึงออกมาจากเครื่องโอยจะเป็นลม อากาศที่นั่นร้อนระทึกมาก สีสิบกว่าองศา แล้วมองออกไปนี่ดูแล้งๆทรายๆยังงัยบอกไม่ถูก พวกเราผ่าน Immigration ที่โอมาน (เมือง Muscat) ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ผมออกมาก็แลกเงินโอมานไว้ เอาแบ๊งค์ 100 USD ไปแลกได้กลับมา 35 OR (Omani Riyal) ตกเงินโอมาน 1 OR เท่ากับ 100 บาทไทย ออกมาถึงหน้าสนามบินคนมารับก็ยังไม่เห็นมา ตามที่ตกลงกันไว้บริษัทที่โอมานจะมีคนมารับพวกผมที่สนามบิน ไม่ยักกะเห็นเลย รออยุ่นาน ต้องให้ผมโทรไปตามบอกว่า เห้ย ตูมาถึงแล้วนะโว้ย ยังไม่ตื่นมารับตูเองเหรอวะนี่... สรุปกว่าท่านแขกจะย้ายก้นมารับพวกเราได้ก้อรอร่วมชั่วโมง

แขกที่มารับชื่อ Mr. Malki เป็นคนโอมานนั่นล่ะ เมากี้ขับรถโตโยต้าแคมรี่สี่ทองคันใหม่เอี่ยม มารับเราเลยนะเนี่ย พาเราไปปล่อยไว้ที่โรงแรมระดับสี่ดาวชื่อ Golden Tulip ซื่งห่างจากสนามบินแค่ 2 กิโล โรงแรมนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางที่โล่งสุดลูกหูลูกตา เดินไปไหนไม่ได้ เพราะมีแต่ทรายกะถนน พอส่งเราเสร็จเมากี้ก้อหายจ้อยไปเลย

ผมต้องมาโอมานเรื่องงานของบริษัทนี่ล่ะไม่งั้นก็ไม่มาหรอก เพราะดูแล้วไม่เห็นจะมีอะไรเที่ยวเลย ขามาเครื่องบินเรามาลงที่ Muscat อ่านว่า มัสกัต เป็นเมืองหลวงของประเทศโอมาน แต่ว่าเราต้องบินต่อไปยังเมือง Khasab อ่านว่า คาซับ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ท่ามกลางภูเขาหินขนาดมหึมา เครื่องบินที่บินต่อไปเมืองคาซับมีอาทิตย์ละสองวันเท่านั้น คือ วันพฤหัสกับวันศุกร์ พวกเราไปถึงมัสกัตกันวันอังคารเพราะฉะนั้นก็ต้องนอนรอจนถึงวันพฤหัสกว่าจะได้บินไปเมืองคาซับ

ก็เป็นอันว่าวันนี้ไม่มีอะไรทำ พอเรา check-in เสร็จ ผมก้ออาบน้ำอาบท่า แล้วลงมาจ้างรถ taxi เข้าไปเที่ยวในเมืองกะลูกลิง ไอ้ taxi นี่ก้อโหดซะเหลือเกิน จ้าง 5 ชั่วโมงมันคิดเราตั้ง 70 USD แน่ะ แต่เอาวะเพราะคิดว่ามันคงประมาณนี้ ค่าครองชีพในโอมานนี่มันค่อนข้างแพงมาก ค่าโรงแรมที่เรานอนกันนี่ตกคืนละ 6,000 บาทไทยเลยนะ ไม่รู้มันแพงจริงหรือว่ามันหลอกเรา รูปทางซ้ายมือนี่ก็เป็นคนขับรถแท๊กซี่ที่เราจ้างมา ชื่อว่า อิสซ่า (Issa) พูดภาษาอังกฤษได้แบบงูๆปลาๆ เลยถามอะไรไม่ค่อยได้เรื่อง อิสซ่านี่เป็นขาแวะเลย คือชอบแวะโน่นแวะนี่ นี่ออกจากโรงแรมออกมายังไม่ทันถึงห้านาทีบอกผมว่าขอแวะซื้อบุหรี่หน่อย แล้วยังบอกว่าขอสูบบุหรี่ในรถอีก ผมบอกว่าไม่ได้ ตูเหม็นโว้ย มันเลยไม่สูบ

วันแรกไม่ได้ทำไรมาก ให้อิสซ่า ขับรถไปแวะไปเรื่อยๆ ที่แรกที่ไปก็เป็นที่ทำพิธีทางศาสนาของอิสลาม สวยดีเหมือนกัน รูปอยู่ทางขวามือนั่นล่ะครับ เรียกว่าอะไรก็ไม่รู้ ทำจากหินพื้นก็หิน กำแพงก็หิน บ้านเมืองเค้าหินเยอะดี แล้วเข้าไปเที่ยว Muthar (อ่านว่า เมืองมัตทร่า) มีตลาดขายของที่เค้าเรียกว่า Souq อ่านว่า "ซู๊ก" เค้าทำเป็นอุโมงค์มีของขายข้างใน เมืองมัตทร่านี่มันกล้ายๆอ่าว เลยติดทะเล แต่จะบอกว่าสกปรกมาก ลองชะโงกดูทะเลตรงอ่าวนี่ขยะลอยกันเป็นแพเลย รูปที่ผมถ่ายอิสซ่าข้างบนก็ถ่ายตรงมัตทร่านี่ล่ะ พวกเราเดินเล่นริมอ่าวสักพักก็เดินต่อไปยังซู๊ก ในซู๊กมีร้านขายน้ำหอมแขกเยอะมาก เดินไปดมไปจนเวียนหัวเลย วันที่ไปนี่ฟ้าขมุกขมัวมากเลย ถ่ายรูปออกมามันเลยครึ้มๆ ยังงัยก็ไม่รู้


รูปบ้านเรือนแถวๆ มัตทร่า ขวาเป็นรูปร้านอาหารแบบ outdoor

นอกจากร้านขายน้ำหอม ก็ยังมีร้านขายเครื่องเงิน เครื่องเทศ จิปาถะ ตามเพดานตลาดก็จะมีพวกกระจกสีทำลวดลายสวยดี เมืองมัสกัตนี่ไม่ค่อยใหญ่หรอก ตึกสูงๆก็ไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไรนัก ไม่เหมือนกรุงเทพ ตอนที่ผมไปเดินตลาดอิสซ่ามาชี้ๆที่ร้านตัดผมบอกว่าจะตัดผม ประมาณนี้ให้ผมไปเดินเล่นก่อน ผมก็เออ ก็เอาดิ อยากตัดผมก็ไปเลย ผมเดินเล่นจนเหนื่อยกลับมาอิสซ่ายังตัดผมไม่เสร็จเลย ไม่อยากจะมาเผาดูรูปอิสซ่าข้างบนนึกว่าภายใต้หมวกเค้าจะมีผมดกๆเยอะๆ ปรากฏว่าพี่แกหัวล้าน เห็นแกหัวล้านก็ตอนแกเปิดหมวกให้ช่างตัดผมตัดนี่ล่ะ เอ หัวล้านแล้วจะตัดผมทำไม ที่ไหนได้แกไปเล็มหนวดแกนี่เอง


หัวล้านนี่หว่าอิสซ่า ธ่อ แอบถ่ายอิสซ่าที่ร้านตัดผม


นี่ก็เป็นบรรยากาศภายในตลาด Souq


ร้านขายเครื่องเงินในตลาด


เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นเพดานกระจกสีสรรสดใส ภายในตลาดน่ะครับ

กว่าพวกเราจะกลับมาถึงโรงแรมเล่นเอาขาแกว่งเลย มาถึงโรงแรมก็สี่ทุ่มกว่าได้ ลืมเล่าไป อิสซ่าไม่ยอมจะกลับตอนพาเราไปเที่ยวในเมือง ในห้างสรรพสินค้าอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่ามันไม่ยอมกลับ มันบอกว่ามันขอดูโทรศัพท์มือถือหน่อยมันจะเปลี่ยนใหม่ ไม่รู้ใครพาใครเที่ยว 5555 ผมต้องเดินตุเลงๆกับลูกลิงรอมันเลือกซื้อโทรศัพท์ ดูมันดิ เห้อ ตูง่วงจะแย่อยู่แล้วนะเฟ้ย ...ก่อนกลับอิสซ่าพาผมเข้าไปในโรงแรมห้าดาว ไม่รู้มันจะพาไปทำไม พอเข้าไปมันก็พาไปกินกาแฟกับอินทผาลัมฟรีๆ แก้ง่วง แล้วก็ไปแวะ Muthar Fort เป็นป้อม แต่สวยไม่สู้ที่อินเดียเลยนะ


มัตทร่าฟอร์ท ตอนค่ำคืน


นี่ทะเบียนรถบ้านเค้า จริงๆเป็นทะเบียนรถของอิสซ่าใครไปโอมานก็เรียกใช้บริการเค้าได้นะ 5667 งวดนี้ออก

กลับไปสารบัญ Index