Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

 




 
 

วันที่ 16 กพ 2546 (DAY 5)

วันนี้ตื่นตีสามครึ่งโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุกเหมือนเคย วันนี้นั่งสมาธิได้ดีขึ้นเยอะเลย สังเกตุว่าถ้าเราเดินจงกรมอย่างมีสมาธิ เราจะมานั่งกรรมฐานต่อได้ดีมากๆ วันนี้รู้สึกว่าความคิดสงบลงเยอะ มันเหมือนเย็นลงมาก หลังจากทำวัตรเช้าแล้วได้มีโอกาสซื้อของใส่บาตรด้วย ปรกติไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร ยกเว้นแต่ในวันพิเศษซึ่งแม่ก้อจะเป็นคนทำทั้งหมด แม้กระทั่งแงะผมออกจากเตียงให้ไปใส่บาตรหน้าบ้าน วันนี้คนที่มาปฎิบัติธรรมเหลือแค่ 170 คน น้อยลงเรื่อยๆ เหมือนด่านทดสอบความอดทนยังงัยก็ไม่รู้ !!!

วันนี้เป็นวันแรกที่ได้รู้จักกับคำว่าพองหนอ ยุบหนอจริงๆ นั่งมาสี่วันเพิ่งจะถึงบางอ้อก็วันนี้เองครับ พังแม่ครูทุกวันพูดเรื่องกำหนดพองหนอยุบหนอ ความสนใจอยู่ที่สะดือ ซึ่งเวลานั่งจริงๆจะรู้สึกตื้อๆ พยายามเบ่งท้องให้รู้ว่าพอง และเขม่วท้องให้รู้สึกว่ายุบหนอ ทำไม่ได้จริงๆ ซึ่งวันนี้เปลี่ยนไป เพราะวันนี้ตั้งใจเดินจงกรมมาก ตั้งใจทำยืนหนอ ซึ่งเป็นการยืนหลับตามโนภาพว่าตัวเองยืนอยู่แล้วก็กำหนดสติให้อยู่กับตัว จากนั้นก้อค่อยๆไล่จากกระหม่อมลงมาที่ตา จมูก ปาก อก ท้องสะดือ แล้วลงไปเรื่อยๆจนถึงปลายเท้า ทำขึ้นๆลงๆไป 5 ครั้ง

หลวงพ่อท่านบอกว่าให้ทำช้าๆ ยืนหนอเหมือนการขับรถ ถ้าเราขับเร็วก็เหมือนกับว่าเราจะมองไม่เห็นสองข้างทางว่ามีอะไรอยู่บ้าง วันนี้ผมเลยกำหนดสติ ยืนหนออย่างช้าที่สุด ค่อยๆคิดไปเรื่อยๆ อย่างละเอียด รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกว่าสมาธินิ่งมากๆ คิดว่าคงจะได้หลักอันนี้ล่ะ เสร็จก้อนั่งกรรมฐานต่อ รู้สึกพองหนอ ยุบหนอได้ทันทีเลย นั่งไปสักพัก ไม่รู้ว่าตัวเองมีลมผ่านเข้าออกทางจมูกเลย เหมือนหายใจผ่านสะดือ และก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นถุงพอง ยุบ พองยุบ เวทนา ที่รู้สึกที่ขายังคงอยู่ แต่รู้สึกว่าทนได้สบายมาก และเหมือนลืมความเจ็บทั้งหมดไป ถึงบางอ้อเลยว่าอ๋อนี่ล่ะที่เรียกว่า "เวทะนา อะนัตตา เวทนาไม่ใช่ตัวตน" คือแม่ชีพูดเสมอว่า เวทนาไม่มีตัวตน จิตเรานี่ล่ะที่ไปรับรู้มันว่าปวด คิดไปไกลเลยทีนี้ นึกไปถึงบทสวดที่เราท่องทุกๆวันตอนทำวัตรเช้า และเย็น

รูปังอะนิจจัง รูปไม่เที่ยง
เวทะนา อะนิจจา เวทนาไม่เที่ยง
สัญญา อะนิจจา สัญญาไม่เที่ยง
สังขารา อะนิจจา สังขารไม่เที่ยง
วิญญาณัง อะนิจจัง วิญญาณไม่เที่ยง
รูปัง อะนัตตา รูปไม่ใช่ตัวตน
เวทะนา อะนัตตา เวทนาไม่ใช่ตัวตน
สัญญา อะนัตตา สัญญไม่ใช่ตัวตน
สังขารา อะนัตตา สังขารไม่ใช่ตัวตน
วิญญาณัง อะนัตตา วิญญาณไม่ใช่ตัวตน

นั่นคือจิตของเรามันรับรู้ อายตนะ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แล้วเอามาปรุงแต่ง ทำให้เกิดกิเลสนั่นเอง นั่งไปเรื่อยๆ เริ่มปลง คิดถึงกรรมที่ทำในอดีต รู้สึกเกรงกลัวต่อบาปมากขึ้น ช่วงเช้าวันนี้รู้สึกมีสมาธิและเริ่มเห็นแก่นของการปฎิบัติธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ


นั่งกรรมฐาน


บรรยากาศในห้องปฎิบัติธรรม บางคนเดินจงกรม บางคนนั่งกรรมฐาน

ผมเริ่มเข้าใจในสิ่งที่ผมกระทำอยู่มากขึ้น ความหงุดหงิดหายไปเหลือแต่ความทึ่ง ชื่นชมถึงบทเรียนเริ่มต้นที่ผมเพิ่งจะได้รับในวันนี้ ในใจคิดว่านี่เป็นบทเรียนที่ผมหาอ่านไม่ได้ ต้องเข้าใจได้ด้วยการปฎิบัติจากตนเองเท่านั้น เป็นปัจเจคบุคคล ต้องมาทำเอาเองถึงจะรู้ได้ บทเรียนนี่เป็นบทเรียนที่ Classic มากที่สุดเท่าที่ผมเคยเรียนรู้มา สอนได้ถึงระดับจิตใจ วันนี้ดีใจมากที่นั่งได้เกินชั่วโมง และมีความเข้าใจมากขึ้น รู้สึกจิตละเอียดขึ้น ได้คิดอะไรในสิ่งที่ไม่เคยคิดหรือคำนึงถึงมาก่อน

กลับไปอ่านวันที่สี่ คลิกที่นี่

 


February 12-18,2004

 


 
Rev300
DigiBook™ All Rights Reserved. Copyright 2003.