Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

 




 
 

วันที่ 15 กพ 2546 (DAY 4)
วันนี้ตื่นตีสามครึ่งโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาแต่รู้สึกว่าง่วงมาก นั่งทำวัตรเช้าเลยสัปปะหงก เพราะง่วงจริงๆ พยายามตั้งใจ แต่มันทำไมได้ ง่วงตลอดทำให้ไม่มีสมาธิเลย นั่งไปก็คิดว่าเอ รึว่าเราจะบาปหนา ไอ้ที่ว่าพองหนอยุบหนอเนี่ย ยังทำไม่ได้เลย เสร็จจากทำวัตรเช้า ก้อกินข้าวเช้า วันนี้ซัดข้าวต้มไปสองชามเพราะรู้สึกหิวเหมือนกัน พยายามตั้งใจว่า เออ เดี๋ยวรอบปฎิบัติธรรมตอนสายจะตั้งใจให้มาก ชดเชยกับตอนเช้าที่นั่งหลับโอนเอนไปมา

ตอนสายก็เลยเต็มที่กับมัน แต่ปวดขามาก พยายามนั่งและทนเวทนาแต่ก็ยังคงไม่พบสัจธรรมใดๆทั้งสิ้น มีแต่ความคิดในใจว่า เอ..รึว่าบทเรียนนี่คือสอนให้รู้จักความอดทน ตอนนั้นคิดได้แค่นั้นเท่านั้น ซึ่งมันก็คือบทเรียนธรรมดา เรื่องของความเพียร ความอดทน มันต้องมีอะไรที่ให้เรียนรู้มากกว่านี้สิ ถ้าแค่นี้ไม่เห็นจำเป็นต้องมานั่งกรรมฐานก็ได้


บรรยากาศในอาคารภาวนา 1


ผู้ปฎิบัติธรรมขณะเดินจงกรม

ช่วงบ่ายก็พยายามนั่งอีก คราวนี้รู้สึกแปลกๆ คือรู้สึกสบาย สุข แล้วก็หวิวๆที่ใจ เหมือนมีความสุขไม่กังวลเรื่องอะไร สงสัยว่านี่คือความรู้สึกปิตินี่เอง พยายามนั่งกรรมฐานให้ได้นานขึ้น อดทนมากขึ้น ในใจคิดว่าเจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอก แต่จริงๆมันเจ็บจนท้องแข็งหายใจไม่เข้าเลย เลยจับพองหนอ ยุบหนอไม่ได้เลย ความคิดตอนนั้นก็แว่บเข้ามาอีกว่า อ๋อ ต้องเป็นความอดทนชนิดนี้แน่เลยที่นักกีฬาระดับโลกเค้ามีกัน เพราะ เค้าทนได้นานกว่าคนอื่นๆ ใจ หรือจิตเค้าเข้มแข็งกว่าคนอื่น ผมคิดวินาทีต่อวินาทีเลยให้ทนอีกนิด

คิดถึงคำพูดที่เคยคิดกับตนเองว่าตายแทนพ่อแม่ได้ ก็เลยเอาคำนี้มาคิดว่าไหนลองสิว่าถ้าเจ็บขนาดนี้แล้ว จะทนได้มั้ย ทนไปอีกสักครึ่งชั่วโมงให้ได้ เอาแค่นั่งอย่างเดียวไม่ต้องไปตายแทนใครยังทำไม่ได้เลย คิดอย่างนี้แล้วนั่งได้ไปเรื่อยๆ นั่งแบบปวดมากและอดทนมาก ซึ่งไม่เหมือนอย่างที่แม่ชีบอกไว้ให้กำหนดจิตอยู่ที่พองหนอยุบหนอ นี่จิดคิดแต่ปวดๆๆๆ ทนๆๆๆ อีกนิดๆๆๆ โหย วันนั้นกว่านาฬิกาจับเวลาจะดังขึ้น ขาเดี้ยงไปเลย

กลับไปอ่านวันที่สาม คลิกที่นี่

 


February 12-18 ,2004

 


 
Rev300
DigiBook™ All Rights Reserved. Copyright 2003.