Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

 


Day 19: Wed May12, 2004 (Jodhpur-Jaipur-Agra)

โอย ไม่อยากจะบ่นเลย เพราะว่าไม่น่าย้ายโรงแรมจาก Devi Bhrawan มาเป็น Blue House เลย เพราะเืมื่อคืนนอนร้อนมากๆอีกแล้ว ลุกขึ้นมาร้องเพลงก้อแล้ว ถ่ายรูปก้อแล้ว อูยยังร้อนสยองอยู่เลย แต่ยังสยองไม่เลิกเพราะหันไปดูทางไอ้คุณหนุ่ย มันนอนเปิด"พุงหลาม" โอย..ทนไมไหวต้องปลุกไอ้ต่อมานั่งขำกันดูความ sex ของมัน แต่เมื่อคืนไม่ได้ลองขึ้นไปนอนบนดาดฟ้าเพราะจำได้ว่า วันก่อนมากินข้าวที่นี่ล่ะบนดาดฟ้า ที่บอกว่าเป็น Roof Top น่ะ ปรากฏว่าเค้าเลี้ยงเต่าไว้ด้วย ให้เดินป้วนเปี้ยนไปมา เลยไม่กล้านอน กลัวมันงับเอาน่ะ ก้อเลยต้องทนร้อน กว่าจะหลับได้ เห้อ....

พวกเรานั่งรถไฟออกจาก Jodhpur ตรงตามเวลาตั๋วคือ ตีห้าสี่สิบห้า ตอนไปสถานีรถไฟโคตรเหนื่อยเลย เพราะเราตื่นกันตั้งแต่ตีสี่สี่สิบห้า เพิ่งจะหลับไปได้แป็บเดียว แล้วต้องแบกเป้โคตรใหญ่ เดินจาก Blue House มาสถานีรถไฟ เพราะกัวไอ้ Rickshaw มันจะหลอกเอาอีก

พวกเรามาถึง Jaipur กันตอนประมาณสิบเอ็ดโมงเช้า แอร์รถไฟเย็นสบายดี พวกเราลงจากรถไฟด้วยอาการหิวโคตรๆ เลยแวะกินกันก่อนที่ Handi Restaurant เพราะดูจากแผนที่แล้วนึกว่าร้านมันอยู่ใกล้ๆกับสถานีรถไฟที่เราลง แต่ปรากฎว่าเดินแบกเป้โง่อีกแล้ว เดินไปหนึ่งอึดใจแม้ว กว่าจะถึงที่หมาย พวกเราสั่ง Tandoori Chicken ด้วยความหื่นจริงๆ ครับ เพราะทั้งหิวทั้งเหนื่อย จากนั้นพวกเราก้อนั่งรถกลับไปที่สถานีรถไฟอีกที เพื่อจองตั๋วไป Agra ในวันรุ่งขี้น ปรากฎว่าจองไม่ได้เพราะถ้าจะไปพรุ่งนี้ต้องจองตั้งแต่เมื่อวานนี้ เลยจองได้แต่รอบของวันมะรืนคือจาก Agra ไป Delhi จากนั้นเราต้องเปลี่ยนแผนกันเพราะนั่งรถไฟไม่ได้ก้อต้องหันมานั่งรถ bus แทน ก้อนั่งรถไปที่สถานีขนส่ง เพื่อไปจองตั๋วรถ bus (a/c) เพื่อไป Agra กันคืนนี้เลย ได้ตั๋วราคา 135 rs ถูกกว่าราคาตั๋วรถไฟจมเลย เป็นอันว่าเราีีมีเวลาอยู่ที่ Jaipur แค่ค่อนวันเท่านั้น

ซึ่ีงกว่าจะเสร็จเรื่องจองตั๋ว ก้อปาเข้าไปบ่ายสามโมงแล้ว พวกเราก้อต่างแยกย้ายกันไปถ่ายรูปในเมือง ซึ่งมีที่ขึ้นชื่อก้อคือวังสายลม เรียกเป็นภาษาปะกิตว่า "Hawal Mahal" อ่านว่า "ฮาวามาฮาล" เป็นวังที่สมัยก่อนเค้าทำขึ้นมาเพื่อให้นางสนมมานั่งที่หน้าต่างเพื่อชมเมือง เพราะฉะนั้น หน้าวังฮาวามาฮาล จึงเต็มไปด้วยหน้าต่างสำหรับนางสนม อย่างที่เห็นในรูปข้างล่างนี่ล่ะครับ ผมกับหนุ่ยก็เดินเข้าไปใน City Palace เพื่อถ่ายรูปอีกนิดหน่อย ส่วนต่อก้อไปตะลุยถ่ายคนเดียตามสไตล์ จริงๆ Jaipur เนี่ย ได้ชื่อว่าเป็น Pink City เพราะบ้านเรือนส่วนใหญ่ทาสีเป็นสีชมพูอมแดงทั้งเมือง แต่ไม่ดังเท่า Blue City ไปๆมาๆดูสิ พวกเราไปกันตั้งแต่ Golden City มา Blue City แล้วก้อมา Pick City เห็นมั้ยเมืองแขกนี่มีเสน่ห์มากๆ



ถ่ายหน้าวังฮาวามาฮาล สวยดีครับได้อารมณ์มากๆรูปนี้


หน้าวังฮาวามาฮาล แบบชัดๆ อย่างที่บอกเต็มไปด้วยหน้าต่างให้สนมมานั่งมองเมืองมองผู้คนแก้เบื่อ


บรรยากาศในเมือง Jaipur หรือเมือง Pink City นั่นเอง เห็นมั้ย เค้าทาสีบ้านกันแบบนี้ ชมพูเรื่อๆ อิอิ


เดินไปพอดีเจอร้านตัดผม เอ..จะเรียกว่าร้านคงไม่ได้ เพราะจริงๆ เค้านั่งตัดกันข้างถนนเลยครับ
ส่วนรูปทางซ้ายนี้เป็นรถเวสป้า เท่ห์ๆเห็นเต็มเมืองที่นั่น


City Palace ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ ยังคงเป็นสีชมพู...เรื่อๆ


นี่ก้ออีกมุมของ City Palace


ประตูหน้าต่างก้อปรานีตเหมือนเดิน งดงามน่าชม


ทางเข้า City Palace

ภายใน City Palace เนี่ยจะมีร้านขายของ Souvenior อยู่ด้วย เห็นร้านขายปลอกหมอนสวยมากๆ เลยเลือกมา 6 ใบ มันบอกราคาใบละ 150 rs ทั้งหมดก็รวมเป็น 600 rs พอดี ผมต่อมันเหลือ 300 rs มันไม่ยอมให้ ต่อจนเมื่อยขาฟ้ามืด มันลดให้เหลือแค่ 500 rs เลยไม่ได้เอามา ธ่อ งกจริงๆเรานี่ เหตุผลที่ต่อก้อไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพราะอ่าน Lonely Planet แล้วมันแนะนำว่าที่ Jaipur เนี่ยเวลาซื้อของให้ต่อมากๆ พวกขี้โกงมันมีเยอะ อยู่อินเดียแถว Rajastthan นานๆ บางทีก็รู้สึกลำคาญคนอินเดียเหมือนกันนะ เพราะเค้าชอบสอดรู้สอดเห็นมากๆ เห็นพวกเราแต่งตัวแปลกๆก้อเดินเข้ามาถามโน่นถามนี่ ตลอดทาง เด็กๆก็ชอบเดินตามแล้วก้อพูด one photo.. one photo หรือไม่ก้อ One rupee... One rupee มีทั้งขอเงินและขอ Chocolate วันนี้พวกเรามากินข้าวเย็นกันที่ Pizza Hut เราสั่ง pizza หน้า Tandoori Chicken อีกเช่นเคย จากนั้นก้อนั่งรถไปที่ Bus Stand เพื่อรอรถบัสออกเวลา 23:00น. เพื่อไป Agra หวังว่ารถบัสเที่ยวนี้คงจะไม่ขับหวาดเสียวเหมือนตอนขามาสาธุ...

พวกเรามาถึง Bus Stand ก้อเข้าไปถามว่าคันไหน ปรากฎว่าคันที่เราจองไม่ได้เป็น A/C คือไม่มีแอร์ โอยเซ็งมากๆ เราขอให้ท่านพี่แขก Upgrade รถเราเป็นรถแอร์ มันก้อบอกว่าไม่ได้ เพราะไม่มีรถบัสแอร์ไป Agra มีแต่พัดลมจะไปมั้ย เราไม่มีทางเลือก ก้อเลยต้องไปแต่โดยดี รถเมล์เที่ยวนี้นั่งแล้วมีความรู้สึกเหมือนกับไปเชียงใหม่เลยแฮะ เพราะว่ามีจอดแวะพักให้ซื้อของกินตอนตีหนึ่งกว่าๆด้วย