Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me

 


Day 18: Tue May11, 2004 (Jodhpur)

เมื่อคืนนอนสบายมากๆ ไม่ร้อนแล้วดีใจเป็นที่สุด เช้านี้พวกเราออกจาก Devi Bhrawan ก้อมาเรียกตุ๊กๆ Rickshaw เมื่อวานไอ้คุณหนุ่ยเมาแดดหรืองัยไม่ทราบหยิบแบงค์ร้อยให้กับ Rickshaw เพราะนึกว่าเป็นแบงค์สิบ ธ่อ เสียค่าโง่ไปเก้าสิบบาท เช้านี้เีรียก Richshaw อีกทีให้ไปสุ่งที่ Blue House ที่เมื่อวานเราไปกินอาหารกันนั่นล่ะ เพราะเราจะย้ายไปนอนกันที่นั่นในวันนี้เพราะราคาที่ Devi Bhrawan นั้นแพงซิกหาย ช่วงนี้มีปัญหากับตุ๊กๆแขกจริงๆ อย่างเช้านี้บอกให้ไปส่งที่ Blue House มันดันพาเราไปส่งอีกโรงแรมนึง เพราะมันจะเอาค่าคอมมิชชั่นที่โรงแรมที่มันเอาพวกเราไปส่ง เราก้อด่ามันลั่นถนนเลย มันก้อเถียงเราว่าโรงแรมนี้ดีกว่า แล้วก้อมี Rickshaw แถวนั้นอีกสองสามคันอาสาจะพาเราไปส่งที่ Blue House แต่ดูแล้วมันค่อนข้างขี้โกงกันทั้งนั้น พวกเรานั้นต้องรวมพลังยุทธ งัดเอาคำด่าที่เคยร่ำเรียนมาทั้งหมด ด่าใส่พวกมันเป็นการใหญ่ เอาทุกกระบวนท่าเลย จนพวกมันพ่ายไปในที่สุด เราเลือก Rickshaw คันที่ดูหน้าโง่และเป็นมิตรจริงใจกะพวกเราที่สุด ให้ไปส่ง หวังในใจลึกๆว่า มันคงไม่หลอกเราอีกนะ ยังอุตส่าห์มี Rickshaw ที่เราฟาดฟันกันเมื่อกี้นี้ขับตามมาด่าคนขับ Rickshaw คันที่เราเลือกอีก ว่าเราเป็นของมัน มันต้องเป็นคนไปส่งเรา แน่ะ ดูมันดิ...

จริงๆ คำว่า Jodhpur เนี่ย ไม่ได้แปลว่าเมืองสีฟ้าหรอก แต่แปลตามภาษาเค้าจะแปลว่า" The land of death" ซึ่งแปลอีกทีเป็นภาษาไทยว่า ดินแดนแห่งความตาย ไม่รุ้ทำไมฉันจึงได้รักเธอ แม้เพียงแรกเจอก็เหมือนคุ้นเคยมานาน.... เอ้ยๆๆ ไม่ใช่ๆ ไม่รู้ทำไมเค้าตั้งชื่อแบบนั้น



นี่ก้อนายต่อ หรือนายสองหาวที่เลื่องลือ มายืนอวดพุงโตๆ หน้าดาดฟ้า blue house นั่นเอง


บรรยากาศทั่วไปของป้อม Mehrangarh ค่าเข้าคนละ 250 rs


นี่ก้ออีกมุมของป้อม สวยมากๆ ดูยิ่งใหญ่ดีทั้งหมดทำจากหินแกะสลักด้วยนะครับ


ที่ป้อมนี่เค้าทำจนเป็นเหมือน Museum เลยนะ มี Audio Tour ด้วย เป็นเครื่อง walkman มาพร้อมหูฟัง และเบอร์ให้กด
ตามทางก้อจะมีเลขติดไว้ตลอด เดินมาถึงจุดไหนก้อกดเลขที่จุดนั้นที่เครื่อง walkman ของเรา ก้อจะมีคำบรรยาย ก้อดีดูทันสมัยใช้ได้


ช่วงเดินเข้าป้อม ก้อมีการแสดงเล็กๆเป็นแขกเป่าปี่ เอ..แต่ไม่ยักกะเห็นงูนะ อาบังจ๋า...


นี่ก้ออีกอันที่ประทับใจ รอยมือของนางสนมของพระราชา เมื่อใดที่พระราชาสวรรคต
นางสนมทั้งหมดจะเผาตัวเองตายตาม แต่ก่อนตายก้อจะพิมพ์มือติดไว้ที่ประตูเมืองอย่างที่เห็นนี่ล่ะ


แต่ที่ดูขัดกับความทันสมัยของ walkman ที่ผมห้อยอยู่ก้อคือ มาตรการการดับเพลิง เห็นกระป๋องที่อยู่ข้างหลังนั่นไหมครับ
เป็นกระป๋องที่บรรจุทราย และน้ำ เพื่อใช้ในการดับเพลิง คงจะวิ่งแบกกันเหนื่อยถ้าไฟไหม้ที่นี่


บันไดนี้วิจิตรมากๆครับ สวยแบบมีเสน่ห์อินเดียจริงๆ


เชื่อหรือยังว่ามันคือ Blue City ขึ้นไปถ่ายภาพเมือง Jodhpur จากบนป้อม เป็นสีฟ้าทั้งเมืองเลย


นี่ก้อพนักงานที่ทำงานอยุ่ในป้อม หมวกอาบังสีสดจัง


นอกจากบันไดแล้ว ประตูทางเข้าแต่ละบานก้อวิจิตรสุดๆ ทำจากหินกับเหล็กแกะน่ะครับไม่ใช่ไม้


เป็นหินแกะสลักทั้งหมด สวยมากๆ


ร้านขายของที่ระทึก เอ้ย ที่ระลึกข้างในป้อม นี่ก็เป็นร้านขายรองเท้าหนังอูฐ


สาวๆอินเดีย เห็นแล้ว ฮัดช่าๆ น่าดู อิอิ


บรรยากาศภายนอกป้อม ก้อเป็นอย่างที่เห็น

พวกเราออกจากป้อมตอนสี่โมงเย็น เพื่อไปจองตั๋วรถไฟเพื่อไปเมืองชัยปุระ (Jaipur) คนที่นั่นอ่านว่า "เมืองไจเปอร์" ได้ตั๋วรอบ ตีห้าสี่สิบห้า โคตรเช้าเลย ใช้เวลาเดินทางไป Jaipur ประมาณ สี่ชั่วโมงครึ่ง ตอนไปจองตั๋วนี่คนเยอะมาก แทบเป็นลม ทั้งนานโคตรๆ ทั้งร้อน ทั้งอับ โอยนี่ก็เป็นเสน่ห์เมืองแขกอีกอย่าง


นี่ถ่ายตอนไปจองตั๋วรถไฟ ที่เห็นดูโปร่งๆ นี่จริงๆ อับและร้อนมาก


รูปแถมอีกรูปถ่ายตอนก่อนเข้านอน จากหน้าต่างห้องที่ Blue House ราตรีสวัสด์จ้า