Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
d


Day 10: Mon May 3, 2004 (Chumathang- Tso Moriri)

วันนี้ตื่นตั้งแต่ตีห้า ลุกขึ้นมาตักน้ำอุ่นที่ต่อมาจาก Hot Spring ที่ผมต้องลุกขึ้นมาตักตั้งแต่ตีห้าเพราะว่าน้ำในน้ำพุร้อนนี้ร้อนมากๆ ไม่สามารถใช้อาบได้ทันที ตัวอาจสุกได้ ต้องตักมาพักไว้ก่อนเป็นสักพักเพื่อให้มันหายร้อนก่อน แล้วที่นี่ก็ไม่มีน้ำเย็นเสียด้วย จึงต้องตักมานั่งรอ ดีที่อากาศที่นั้นหนาวมากๆ มันเลยไม่ต้องรอนานมาก ที่พักที่นี่ก็เหมือนกับที่อื่นๆ คือไฟจะมาแค่ตอนเจ็ดโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมงเช้าเท่านั้น วันนี้พวกเราจะออกจาก chumathang เพื่อมุ่งหน้าสู่ทะเลสาป Tso Moriri ระหว่างทางไปพวกเราเจอฝูงแกะแคชเมียร์ (เป็นแกะที่เรียกว่าแกะแคชเมียร์ มีชื่อเสียงมากเค้าจะเอาขนมันมาทำผ้า Pashmina หรือ Cashmere Shawl ราคาสูงลิบลิ่ว ผมไปจับมาแล้วผ้ามันจะนุ่มๆ บางๆแต่ห่มแล้วอุ่นมากๆ)


อย่างที่บอก Himank Project เป็นคนได้สัมปทานถนนที่นี่ แล้วป้ายนี่ถ่ายกันจะๆ Don't be gama in the land of Lama !!


ระหว่างทางนี่สวยมากๆ มีแม่น้ำไหลขนาบกับถนนที่เราขับผ่านตลอดทาง มีม้าแล้วก็แกะให้เห็นเยอะแยะ ต้นไม้ที่นี่ก็สวยเป็นกิ่งสีแดงสด ไม่มีใบ


ผ่านไปพอดีในจังหวะที่เค้ากำลังต้อนฝูงแกะกินหญ้ากลางหุบเขาเลย

รูปข้างล่างนี่ก็เป็น Check Post ที่พวกเราต้องไปลงทะเบียนทั้งเวลาขาไปและขากลับเลย ข้างๆ Check Post มีร้านชา (Tea Stall) อยู่ พวกเราเลยเข้าไปพักหลบลมหนาวกัน ซัดชานมไปคนละถ้วย ผมกะหนุ่ยปวดฉี่มากๆ กะว่าจะมาเข้าห้องน้ำที่ Check Post แต่ปรากฎว่าไม่มีห้องน้ำ ทหารที่นั่นให้เดินไปเรียบริมน้ำจะมีห้องน้ำ เดินไปตั้งไกลห้องน้ำดันปิดอีก ผมกะไอ้คุณหนุ่ยเลยเลือกทำเลข้างแม่น้ำคนละมุมทำธุรกิจเบียร์ริมน้ำตรงนั้นเลย ผู้หญิงมาที่นี่ก็ต้องปรับตัวแบบไอ้คุณน้องหนุ่ยนั่นล่ะครับ ต้องมีคติประจำใจไม่เพียงแต่ค่ำไหนนอนนั่น แต่ยังต้องเป็นพวกฉี่ไหนฉี่กัน และอึไหนก็บ่ยั่น ไม่งั้นกระเพาะปัสสาวะท่านอักเสบแน่ๆ เพราะห้องน้ำหายากซะเหลือกิน


Check Post และร้านน้ำชาระหว่างทางไป Tso Moriri


ถ่ายกับทหารอิรัก เอ้ยไม่ใช่ ทหารอินเดียที่อยู่ที่ Check Post นั่นเอง

กว่าที่พวกเราจะมาถึง Tso Moriri ปวดก้นแทบแย่ เพราะทางเป็นหินอย่างเดียวขรุขระสุดๆ เลยครับ ก่อนถึง Tso Moriri จะเจอ Lake อีกอันหนึ่งซึ่งเล็กกว่า Tso Moriri ผมเอา Tripod ลงไปถ่ายรูป panorama เพราะตรงนั้นมันสวยดี มี Sand Dune ด้วยนะครับ เป็นทรายขาวละเอียดยาวเป็นทางสวยจริงๆ เดี๋ยวจะเอารูป Sand Dune มาลงให้ดูวันหลังเพราะรูป Sand Dune ตอนไปขี่อูฐที่ Jaisalmer สวยกว่ามากๆ เราขับต่อจาก Lake มาที่ Tso Moriri ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็มาถึงเพราะ Lake ทั้งสองไม่ไกลกันเท่าไรนัก Tso Moriri เป็นทะเลสาปน้ำเค็ม ผมไม่ได้ไปชิมหรอกครับ เพราะเห็นเค้าเขียนไว้ใน Lonely Planet ว่ามันเค็มก็เชื่อเลย ไม่กล้าชิมกลัวท้องร่วงครับ จาก Chumathang ถึง Tso Moriri ใช้เวลา 4 ชั่วโมงเต็มๆ พวกเรามาถึงตอนเที่ยงวันพอดีเลยครับ รูปทะเลสาบ Tso Moriri ก็เป็นอย่างที่เห็นด้านล่างครับ น้ำใสมากๆ ช่วงที่ไป น้ำแข็งกำลังละลาย แต่ยังละลายไม่หมด


สวยมั้ยครับ อย่างกะรูปในปฎิทินเลย ไม่ใช่ปฎิทินแม่โขงน่ะ แฮ่ๆๆ พอขับไปสุดเขตก้อเป็นหมู่บ้านที่เห็นในรูปขวานั่นเอง ทั่นั่นหนาวมากๆ


รูปนี้ถ่ายจากรถ น้ำใสเห็นกรวดเลย


นี่ก้ออีกมุมนึง ยืนยันนั่งยันว่าน้ำมันใสจิงๆ รูปขวาถ่ายระหว่างทางกลับเจอพวกชาวเมืองขี่ม้าผ่าน อย่างกะหนังคาวบอยเลย

เราอยู่ที่ Tso Moriri แค่ไม่ถึงยี่สิบนาที เพราะมันหนาวมากๆเลยครับ แล้วก็ไม่มีอะไรนอกจาก Lake และ Gompa เล็กๆที่นั่น ขากลับจาก Tso Moriri ใช้เวลาสามชั่วโมงไม่นานเท่าขาไปเพราะ ตอนขาไปพวกเราแวะถ่ายรูปตามทางไปด้วย ขากลับก็เลยขับโลดรวดเดียวถึง Chumathang เลยครับ วันนี้ตั้งแต่เช้ายังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลย ผมว่า Trip ที่มา Tso Moriri นี่ไม่ค่อยคุ้มเท่าไร เพราะมีอะไรให้ดูน้อย เวลาส่วนใหญ่ใช้ในการขับรถ และทางไม่ดีเอาซะเลย ถึงจุดหมายก็แวะแค่ 20 นาทีก็กลับขับมาตั้งไกล หนาวอีกต่างหาก แต่ก็ดีกว่านอนอยู่ Leh อย่างเดียว ถ้าใครได้มีโอกาสไป ให้ไป Nubra Valley ดีกว่ามาที่ Tso Moriri จะดีกว่านะผมว่า

พวกเรากลับมาถึง Chumathang ก็ตรงรี่เข้าหาครัวก่อนเลยเพราะหิวมากๆ มื้อนี้กิน บะหมี่ Maggi กึ่งสำเร็จรูปครับ อร่อยดีเหมือนกัน มีแค่บะหมี่ต้มใส่ไข่เท่านั้น แต่ถือว่าสุดยอดสำหรับที่นั่นจริงๆ พอตกกลางคืนผมกะต่อออกมาแช่น้ำแร่ใน Bath Tub ที่เค้าต่อเอาน้ำพุร้อนเข้ามาในอ่างแล้วให้เราแช่กัน สุดยอดมากๆเลย คิดดูสิ อากาศก็หนาวสุดๆ แต่เรารู้สึกอุ่นมากๆ เมื่อลงไปแช่ในอ่างนั่งแช่กะต่ออยู่สองชั่วโมงกว่า ตัวเหี่ยวเลยครับ กลัวตื่นเช้าจะตดเป็นกลิ่นกำมะถันซะจริงๆ


Bath Tub ที่พวกเราแช่กัน ไอ้คุณหนุ่ยอดแช่ เพราะมีแต่เราพวกเราชายหนุ่มที่กล้าอาบลมห่มฟ้าไม่อายเทวดา