Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
d


Day 8: Sat May 1, 2004 (Leh-Thiksey-Hemis)

วันนี้ฟ้าเปิด โชคดีเป็นของเรา แต่ฟ้ามันเปิดแบบแปลกๆไม่ค่อยเต็มใจจะเปิด คือครึ่งฟ้าสว่างอีกครึ่งฟ้ามืด เปรียบเสมือนรักของผมตอนนี้ดูพิกลๆ มืดๆสว่างๆ ใจหายใจคว่ำยังงัยก้อบ่ฮู้.. เกี่ยวกันมั้ยนั่น เอ่อ...เข้าเรื่องดีกว่า ตกลงวันนี้พวกเราจะไป Thiksey กัน พวกเราเหลือเวลาอีกแค่ 5 วันสำหรับอินเดียตอนเหนือ ฉะนั้นถึงฟ้าจะเปิดแค่ครึ่งเดียว ถึงคุณจะรักผมเพียงแค่เสี้ยวใจ (ลาวมั้ยๆ) เราก้อต้องเคลื่อนขบวนแล้วล่ะครับ

เรามาถึง Thiksey กันตอนสิบโมงเช้า จริงอย่างที่ไอ้ต่อมันบอก ไม่ผิดหวังเลยเพราะ Thiksey เป็น monastery ที่มีสีสันสวยงามกว่าที่อื่นๆ ทาสีแดงเหลืองธรรมศาสตร์งามเด่นไม่แพ้คุณอ้อย จริงๆถ้าดูบันทึกการเดินทางของผมเนี่ย มันคงคล้ายๆกับนิราศสมัยก่อนที่เค้าจะเขียนเรื่องราวการเดินทางปนเรื่องราวของนางอันเป็นที่รักผนวกกันไปมา นี่ล่ะครับของผมก็ถือเป็นนิราศคนรุ่นใหม่ไฟแรงแซงทางโค้ง... กลับมาที่เรื่องราวการเดินทางต่อ ผมถ่ายรูปที่ Thiksey ไปหนึ่งแผ่น memory เต็มๆ ก่อนลงใต้ต่อไปยัง Hemis อย่างที่บอก Hemis เป็น monastery ที่ใหญ่ที่สุดแต่ความสวยสู้ Thiksey ไม่ได้แล้ว Hemis กำลังซ่อมแซมด้วยเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวช่วงเดือนหน้าก็เลยถ่ายรูปที่ Hemis มาไม่เยอะเท่าไร

พูดถึงเรื่องของแสนดีคนขับรถของพวกเราก้อมีให้เล่าอีกเยอะ แสนดีจะมีเทปเพลงประจำอยู่ม้วนเดียว เปิดไปมาจนพวกเราร้องกันได้เลย ไม่ได้โม้นะครับร้องได้จริงๆ เป็นเพลงแขกแบบสตริงๆ นิดๆ ฟังแรกๆก้อเวียนหัวเหมือนกัน แต่ฟังไปนานๆก็ฮัดช่าดีเหมือนกันนะ มีอยู่วันหนึ่งที่เราขับรถกันออกไป มีควันขึ้นที่กระโปงหน้ารถ ขับไปสักพักมีเสียงน้ำกำลังเดือดดังเข้ามาในรถ แสนดีจอดรถลงไปซ่อม ถือไขควงไปด้ามเดียว สุดท้ายก็ซ่อมได้ ความดีของแสนดีก็มีให้เห็นอย่างที่เล่านี่ล่ะครับ


Thiksey สวยมั้ยครับ


ตามกำแพงก้อจะมีรูปวาดเรื่องราวของศาสนาสีสดสวยงาม


ไม่มีคำบรรยาย รูปขวาถ่ายถังขยะ Use Me มาให้ดูด้วย นานๆจะเห็นถังขยะในอินเดียสักที


สงสัยสีกำแพงที่ Thiksey นี่ล่ะที่มีอิทธิพลกับผมให้กลับมาทาสีรั้วบ้านเป็นสีส้ม และตัวโรงรถสีเหลืองเด่นไปทั้งซอย


งานละเอียดมากนะครับ ตามประตูหน้าต่างถูก paint สีสันสดใสลายสะใจวัยรุ่น


ภายในก็มีพระอยู่เหมือนกันทั้งพระพุทธรูปแล้วก็พระจริงๆ ถ่ายตอนพระท่านกะลังหาวอยู่พอดี เอิ้กๆ


ส่วนหนึ่งของ Thiksey ประตูทางสีแดงสด


นี่ก้อเป็นที่สวดมนต์แบบหมุนๆ ที่เคยเล่าให้ฟังล่ะครับมีเห็นได้ทั่วไป


ผนังอีกฝั่งหนึ่งที่ Thiksey สีแดงสดสวยมากๆครับ


Hemis Monastery ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่ละครับ สีสันจะสู้ Thiksey ไม่ได้


ผมเข้าไปขอถ่ายรูปคุณยายคนนี้ พอตั้งท่าจะถ่ายปุ๊ปคุณยายแกก็ล้วงเข้าไปในเสื้อควักพระ
องค์เบ่อเร่อออกมาให้ผมถ่ายอย่างที่เห็นในรูปนี่ล่ะครับ ใจหายหมด...


อีกมุมนึงของ Hemis


พระองค์นี้ถ่ายออกมาเหมือนพระวัดเส้าหลินเลย ดูแล้วดูลึกลับดีเหมือนมีวิทยายุทธ
สงสัยเราจะดูหนังจีนกำลังภายในมากไปเนอะ

ที่สุดท้ายที่เราแวะวันนี้ก็คือ Shey Palace อยู่ทางใต้เมืองเลห์ประมาณ 15 กิโลเมตร จากนั้นก็ขับกลับเลห์ แล้วก็ไปแวะสนามบินเพื่อไปจองตั๋วรถไฟไว้ก่อนจากเดลีไป Jaisalmer มาอินเดียต้องนั่งรถไฟ ไม่นั่งถือว่ามาไม่ถึง เพราะท่านแขกจะคุยนักหนาว่ารถไฟเค้าสะดวกสบายและมีเส้นทางมากมายให้เลือก พวกเราจองตั๋วเป็นตู้นอน 3A มีแอร์เพราะต้องนั่งจากเดลีไป Jaisalmer ซึ่งใช้เวลาประมาณ 19 ชั่วโมง นั่งกันตูดบานแน่ๆ การรอคอยเป็นของคู่กับระบบงานของท่านแขกจริงๆ แค่เราไปจองตั๋วก็เสียเวลายืนรอไปเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วครับ ในที่สุดเราก็ได้ตั๋วมา (ค่ารถไฟทั้งหมด 2,633 รูปี สำหรับสามคน)