Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
d


Day 5: Wed April 28, 2004 (Rizong-Temisgam-Khalsi-Lamayuru-Alchi)

วันนี้ออกจาก Alchi เพื่อมุ่งหน้าไป Rizong ตั้งแต่ 7 โมงเช้า เส้นทางระหว่างเดินทางไป Rizong นี่สวยมากๆ วิวข้างทางนี่สุดยอดเลยครับ ที่ Rizong นี้ก็เป็น Gompa อีกนั่นล่ะ อย่างที่บอกเส้นทางตาม Indus Valley นี่ส่วนใหญ่ Highlight จะเป็นพวก Gompa หรือ Monastery ซึ่งแต่ละที่ก็จะสวยงามแตกต่างกันไป อย่างที่ Rizong นี่ก็สวยไปอีกแบบ พอขึ้นไปถึงมองไปบนเขาจะเห็นทางเดินยาวสุดลูกหูลูกตา อย่างที่เห็นในภาพ แล้วก็จะมีพระเดินอยู่บนทางนั้นเป็นแถวยาวดูสวยดี พวกเราเจออาจารย์ใหญ่ที่ดูแล Rizong ด้วย ท่านตลกดีมีการแจกนามบัตรด้วยนะ พระท่านก็มีนามบัตรเหมือนกันนะเพิ่งจะรู้ ท่านดูแลพระเด็ก 28 รูป ที่นี่ก้อเป็นเหมือนโรงเรียนนั่นล่ะ มีพระที่เป็นครูสอน 2 คน แล้วก็อาสาสมัครที่ไม่ใช่พระมาเป็นครูสอนอีก 2 คน วิชาที่สอนก็มี Maths, ภาษาฮินดี, Drawing, ภาษาTibetan, คัดลายมือ Handwriting แล้วก็สอนภาษาอังกฤษ มีตารางสอนแปะเอาไว้ข้างฝาว่าวันไหนเรียนอะไร


รูปซ้าย เป็น Gompa ที่ Rizong เห็นพระเดินเป็นทิวแถวตามเส้นทางบนเขา
ส่วนรูปขวานี่เป็นรูปอาจารย์ใหญ่กะลูกศิษย์นั่นเอง


รูปซ้ายต่อกำลังโชว์รูปให้พระองค์น้อยดูกัน เด็กที่นี่ชอบถ่ายรูปหมดทุกคน เวลาเดินผ่านไปไหน เด็กๆ จะชอบพูดว่า "one photo one photo"
ส่วนรูปขวาก็เป็นรูปพระทิเบตน้อยที่กำลัง post ท่าให้กับกล้องนั่นเอง


วงกบประตูถูก paint สีสวยงามมากๆ รูปขวาผมถ่ายผ่านหน้าต่างห้องเรียนที่ Rizong เข้าไปครับเด็กๆกำลังนั่งรอพระอาจารย์มาสอนหนังสือ

เราออกจาก Rizong ก็เกือบเที่ยงแล้วครับ พวกเราขับไปเมือง Temisgum เพื่อที่จะกินข้าวเที่ยงแต่พอดี Guest House ที่นั่นกำลังปิดซ่อมแซม แล้วก็ไม่มีร้านอาหารใดๆอีกเลยในเมืองนั้น เราจึงต้องขับไปที่เมือง Khalsi หรือ Kaltse เขียนได้หลายแบบ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขียนแบบไหนถูก เอาอีกแล้วครับท่านแกงถั่ว แกงมัน แล้วก็แป้งแช็บปาตี กินกันไปทั้งหมด 4 คนรวมคนขับรถด้วยแค่ 188 รูปี ระหว่างทางที่ไปเมือง Khalsi นี้เราผ่าน Check Post ซึ่งเป็นจุดตรวจคนระหว่างเมือง เที่ยวที่นี่ต้องขอ Permit ไปก่อน และต้องติด Passport ไปด้วยทุกครั้ง เพราะต้องผ่าน Check Post แบบนี้หลายครั้ง


อาหารกลางวันพวกเราก็เป็นอย่างที่เห็นนั่นล่ะ ดูน่ากินแต่...ไม่อร่อยเลยคร้าบบบบ


Check Post ระหว่างทางเราต้องไปให้เค้าตรวจสอบและลงชื่อในสมุดบันทึก
ผมลองพลิกเปิดหนังสือบันทึกคนผ่านเมืองนี้ ยังไม่เห็นมีคนไทยไปเลยช่วงสองสามปีที่ผ่านมา


ประตูกะหน้าต่างเป็นของคู่กันเหมือนฉันคู่เธอ

หลังจากที่พวกเรากิน Lunch กันเสร็จก้อขับรถต่อไปยังเมือง Lamayuru กว่าจะถึงที่นี่ก็ปาเข้าไปประมาณบ่ายสองแก่ๆแล้ว ที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 4500 เมตร เราแยกย้ายกันเดินเล่นและถ่ายรูปรอบๆ Monastery ที่นี่ ผมเดินขึ้นไปจนเกือบถึงยอดไปเจอพระทิเบตรูปหนึ่ง ท่านชักชวนผมให้เข้าไปกินน้ำชา คนทางเหนือนี่อัธยาศัยดีมากๆ ไปไหนมาไหนก็เชิญพวกเราเข้าไปกินน้ำชาตลอดเลย พระทิเบตรูปนี้มาจากเมือง Temisgum แล้วมาเมืองนี้เพื่อมาปฎิบัติธรรมเป็นเวลา 3 ปี ท่านยังให้ผมลองกินลูก Apricot แห้ง ซึ่งโคตรจะแข็งเลย กัดไม่ออก ผมกัดอยู่นานก็ไม่สามารถกินได้เลย ไม่ไหวจริงๆครับฟันจะหัก


หลักกิโลอันนี้ผมเห็นตอนแสนดีขับมาเกือบถึง Lamayuru แล้วแต่ไม่ได้บอกให้จอด
พอไปถึง Lamayuru ผมเลยเดินกลับมาตามถนนเพื่อมาถ่ายไอ้เจ้าหลักกิโลอันนี้ เพราะมันดูสวยดี
กว่าจะเดินถึงเหนื่อยแทบขาดใจ นี่ถ้าไม่ได้นึกถึงคุณอ้อยไปเดินไป คงไปไม่ถึงนะคุณ แฮ่ๆ..


เดินเข้ามาใน Lamayuru ก็เจอโรงเรียนเหมือนที่ Gompa อื่นๆ
ตอนที่ไปถึงเค้ากำลังมี class อยู่พอดีเลยได้รูปตอนเด็กๆกำลังเรียนหนังสือกันอยู่ ห้องเรียนเป็นแบบอาบลมห่มฟ้าอย่างที่เห็นนี่ล่ะ

พวกเรากลับมาถึง Alchi ตอนประมาณหกโมงเย็น เหนื่อยสุดๆ เพราะเดินทางทั้งวัน ที่นี่ไม่มีน้ำอุ่นในห้องน้ำ ต้องบอกให้เค้าต้มน้ำใส่ถังมาให้ เค้าคิดถังละ 15 รูปี อาบน้ำเย็นไม่ได้หรอกครับเพราะว่าที่ Alchi นี่หนาวจนชาเลย ต้องเรียกว่าหนาวหูแทบหลุด ปวดหูมากๆ พวกเรากลับมาก็อาบน้ำกันแล้วก้อกินมื้อเย็นที่ Lotsava ให้เค้าต้มไข่ให้กินอีก วันนี้สิริรวมกินไข่ต้มไปทั้งหมด 5 ฟอง จะขันได้อยู่แล้วกลับเมืองไทยตั้งใจว่าจะเลิกกินไข่ไปเลยนะเนี่ย จากนั้นก็เข้านอนแบบหลับเป็นตาย ผ้านวมที่ Lotsava นี่หนักมากๆครับ หนักมากจนบางครั้งนอนแล้วนึกว่าผีอำ แต่ที่ไหนได้ผ้านวมหนักนี่หว่า....