Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
d


Day 4: Tue April 275, 2004 (Phyang-Nimo-Basgo-Likir-Alchi)


วันนี้เป็นวันแรกของ Trip ที่เราวาง พวกเราตื่นกันก่อนหกโมงเล็กน้อย เมืองที่พวกเราจะไปก็คือเมือง Alchi (อัลชี่) ซึ่งอยู่ใน Indus Valley เป็นเส้นทางที่มี Monastery (วัดเก่าที่เป็นโบราณสถาน บางทีก็เรียก Gompa อ่านว่า กอมป้า) มากมาย พวกเรา plan กันว่าจะใช้เวลาบนเส้นทางสายนี้ประมาณ 3 วัน 2 คืนแล้วก็แวะตามทางไปเรื่อย เมืองที่จะผ่านในเส้นทางนี้ก็มี Phyang, Nimo, Basgo, Likir แล้วก้อไป Alchi เราต้องแบ่งเป้ออกมาสำหรับเพื่อค้างแรม 3 วัน ไม่อยากเอาของไปทั้งหมดเพราะคงพะรุงพะรัง เช้านี้ก็สั่งไข่ต้มมากินอีกคนล่ะ 3 ฟอง ติดใจมาจากเมื่อคืน อย่างที่บอกเป็นไข่ต้มที่อร่อยสุดๆ นอกจากไข่ต้มแล้วก็มี Khambir ทาเนยและแยม strawberry

 



ดาว่าพาคนขับรถมาแนะนำให้เรารู้จัก ชื่อ Szanzee อ่านออกเสียงยากน่ะ ผมเลยตั้งชื่อให้ใหม่ว่า นายแสนดี เค้าก็แสนดีจริงๆครับเสียอย่างเดียวพูดภาษาปะกิตไม่ได้ จะไปไหนทีต้องออกท่าทางกว่าท่านจะเข้าใจ ก็มีอยู่ครั้งนึงที่เราออกทริปไปกัน แล้วแสนดีขับรถให้เรา เราก็บอกเค้าว่าให้แวะกินกลางวัน แสนดีเข้าใจ แต่เค้าไม่บอกเราว่าแถวนี้ไม่มีอะไรกิน ต้องขับกลับไปกินที่พัก ซึ่งเราขับออกมาประมาณ 3 ชั่วโมงได้แล้ว แสนดีขับรถกลับมาจนเกือบชั่วโมงก็ถามว่าทำไมที่กินข้าวมันไกลจัง ปรากฎว่าส่งภาษากันตั้งนานแสนดีบอกว่ากำลังกลับไปที่พักเพื่อกินข้าวเที่ยว โอยจะเป็นลมท่านผู้ชม... สรุปเราก็เลยผิดแผนการเที่ยวของเราไปเลยในวันนั้น เนื่องจากแสนดีที่แสนดีกลัวพวกเราหิวน่ะสิ


ดูห้องน้ำรูปกลางสิ เดี๋ยวนี้ถ่ายอะไรก็ต้องถ่ายเป็นคู่ ห้องน้ำยังเป็นคู่เลย ตั้งชื่อรูปซะเลย "เพราะเรานั้นคู่กัน"
แต่เอ..รูปขวาสุดนี่คงเป็นคู่ไม่ได้ มันคือรูปส้วมหลุมนั่นเองครับ คงไม่มีใครทำเป็นคู่มั้งเนอะ

เมืองแรกที่พวกเราแวะคือ Phyang อ่านว่าเพียง เราได้พุดคุยกับพระที่อยู่ใน Phyang Monastery ท่านบอกว่าที่นี่มีพระเกือบ 60 รูป ครึ่งนึงเป็นเด็ก พระเด็กที่นี่เค้าเรียกว่า เกซุล (Gaysul) ส่วนพระผู้ใหญ่เรียกกันว่า เกลง (Gaylon) เราเที่ยวที่เพียง ถ่ายรูปสักพัก ก็ขับออกจากเพียงผ่านเมือง Nimo ซึ่งเราไม่ได้แวะที่เมืองนี้ ระหว่างทางนี่จะพบค่ายทหารเต็มไปหมด เห็นแล้วเหมือนมาทำข่าว CNN ยังงัยก็ไม่รู้


ซนเหมือนเด็ก อ้าวก็เกซุลพวกนี้ก็เป็นพระเด็กนี่นาเนอะ...

เรามาแวะอีกที่ก็ที่ บาสโก้ (Basgo) บาสโก้ ที่นี่มี Basgo Gompa อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,463 เมตร ชื่อวัดเต็มๆก็คือ Maitreya Temple of Basgo ซึ่งเป็นวัดที่ทำด้วยอิฐที่ทำจากดินเหนียวมีอายุกว่า 400 ปี ถูกจัดให้เป็น One of the top 100 endangered World Heritage Sites ในปี 2000 ทางขึ้นไป Basgo Gompa ค่อนข้างสูงชันและทางแคบมาก ข้างทางเป็นเหวตลอด ถนนมีเลนเดียวอีกต่างหาก ถ้ามีรถสวนกันต้องจอดแอบแบบสุดๆ น่ากัวดีแต่แสนดีก็พาพวกเราไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เดินเที่ยวสักพักก็เคลื่อนขบวนไปเมืองต่อไป


รูป Basgo Gompa ดูเก่าแก่เป็นอิฐดินอย่างที่บอก รูปซ้ายเป็น Jeep ที่เราเช่ามาใช้สำหรับ Trip นี้ครับ

เมืองถัดมาก็คือ Likir ที่นี่ก็มีวัด Likir Monastery ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระทิเบตน้อย ที่นั่นมีครู 6 คน และพระทิเบตที่มาเรียนอีก 39 รูป ช่วงที่พวกเราไปถึงเป็นช่วงที่เค้ากินข้าวกลางวันกันอยู่ในวัดพอดี มีนักเรียนนั่งกินกันเป็นแถว พระทิเบตที่นั่นก็เลยชวนพวกเราร่วมวงไพบูลย์ด้วย พวกเราก็เลยไม่ขัดศรัทธา มื้อนั้นมีแกงถั่วราดข้าว (อีกแล้ว) จริงๆกำลังหิวพอดี แต่นี่ขนาดกำลังหิวนะคร้าบยังรู้สึกว่าไม่อร่อยเลย แต่ไม่เป็นไร ถึงแม้ข้าวไม่อร่อยแต่น้ำใจงามแต้... วัดนี้มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่อยู่บนวัดด้วย เลยทำบุญไป 100 รูปี สาธุ



พวกเรามาถึง อัลชี่ (Alchi) ตอนประมาณบ่ายสามโมงครึ่ง เราเข้าพักที่ Lotsava Guest House คืนละแค่ 250 รูปีเท่านั้นเอง หน้าต่างวิวสวิซอีกแล้ว ตอนมาถึง Alchi นี่ฟ้าปิด เมฆฮึมเลย ก็เลยนอนรอเวลาจนเย็นฟ้าก็ยังไม่เปิดซะที ที่นี่มี Monastery แห่งเดียวที่สร้างบนที่ราบ เพราะ Monastery ส่วนใหญ่จะสร้างบนเขาสูงทั้งนั้น วันนั้นเราเลยไม่ได้ไปเดิน Alchi Monastery เลยเพราะว่าฟ้าแบบนี้ถ่ายรูปคงไม่สวยแน่ แค่ออกไปเดินเล่นแถวๆนั้นถ่ายรูปเด็กๆ แล้วก็กลับมากินข้าวเย็นที่ Guest House สั่งข้าวผัด, Chowmein, Veg Momo แล้วก็ไข่ต้ม มาอยู่ที่นี่กินชานมแพะแทบทุกมื้อเลย