Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
Day 4 (Dec.17.2005)
ปักกิ่ง (ประตูชัย หอฟ้าเทียนถาน วัดลามะ ถนนหวังฟู่จิ่ง
)

วันนี้พวกเราไปเที่ยวประตูชัยกัน ประตูชัยเรียกเป็นภาษาจีนว่าประตู "ตู๋เซิ่งเหมิน" ประตูนี้เมื่อก่อนใช้เวลาฮ่องเต้เสด็จไปสงครามก็จะออกจากเมืองโดยใช้ประตูแห่งนี้ พวกเรามาที่นี่ทำไม ที่นี่มีอะไรดี ถ้าใครเคยได้ยินคำว่า "ผีซิว" หรือ "เพ่ยเหย้า" ก็จะรู้ดีกว่าที่ประตูชัยนี่ขึ้นชื่อเรื่องนี้มาก ผีซิวเป็นหยกรูปสัตว์ที่คนจีนชื่อว่าจะนำเงินนำทองมาให้ มีแล้วเฮง เวลาไปรบก็จะช่วยเรา เวลาไปปล้นก็จะช่วยเราด้วย คือผีซิวช่วยเราไม่ว่าจะทำดีหรือทำชั่ว เค้าเืชื่อกันว่าผีซิวนี่ไม่มีนิสัยของตัวเอง เวลาไปอยู่กับใครก็จะมีนิสัยตามคนนั้น น้องแอมเช่ากลับมาหนึ่งตัว คนจีนส่วนใหญ่จะเอาผีซิวตัวใหญ่ๆ คล้ายสิงโตไว้หน้าอาคาร จะช่วยเรื่องทำธุรกิจ ผีซิวที่ประตูชัยนี่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก


ในรูปที่เห็นก็เป็นประตูชัย ตู๋เซิ่งเหมิน ที่น้องแอมมาเช่าผีซิ่วกลับไปในราคา 380 หยวน


ด้านล่างของประตูชัย มี open market แบบกะดินขายของด้วย

พวกเราใช้เวลาอยู่ที่ประตูชัยไม่นานนักเพราะจริงๆ มันไม่อยู่ในโปรแกรมทัวร์ พวกเราแค่มาแวะเช่าผีซิวกันเท่านั้น ออกจากประตูชัยพวกเราก็มุ่งหน้าไปหอฟ้าิเทียนถาน หอนี้เป็นหอสำหรับบวงสรวงสวรรค์ในสมัยโบราณ ฮ่องเต้จะเสด็จมาที่นี่เพื่อทำพิธีบวงสรวงเทวดาฟ้าดินให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล โดยฮ่องเต้จะกล่าวคำบวงสรวงแด่ผู้ปกครองอันสูงสุดแห่งจักรวาล ณ แท่นบูชาสวรรค์สร้างขึ้นเป็นสามชั้น ก่อสร้างด้วยหินอ่อนสีเขียวและสีขาวรอบๆพื้นแท่นพื้นบันได และรั้วก็ทำด้วยแผ่นหินตามจำนวนที่คูณด้วยเก้า ตามความเชื่อของชาวจีนโบราณ แท่นนี้ตัวแท่นเป็นแผ่นหินขนาด 1 คนยืน พวกเราจะต้องแย่งชิงขึ้นไปยืนเพื่อถ่ายรูป เพราะแท่นนี้เป็นแท่นจริงๆที่ฮ่องเต้ยืนขอฝนในสมัยก่อนเดี๋ยวจะมีรูปให้ดู


บริเวณโดยรอบหอฟ้าเทียนถาน ก็เป็นสวนสวย


แล้วก็มีคนแก่ๆมาแสดงการละเล่นให้ดูด้วย ร้องเพลงเต้นรำเพราะด


มีลานหินกว้าง มีคนมาขายว่าวด้วย เป็นว่าวราวอย่างที่ถ่ายมาให้เห็นนี่ล่ะ


น้องแอมยืนเก็กอีกแล้ว ใครเคยเห็นนางเองหนังเกาหลี "แดจังกำ" บ้าง
แดจังกำ ผวนได้เป็น ดำจังแก อิอิ


นี่ล่ะครับแท่นที่ฮ่องเต้ยืน ผมก็ลองไปยืน ตอนถ่ายรูปนี้เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี คอยวิ่งเข้าไปแย่งกันถ่ายแต่ก็สนุกด


ขาออกมาจากหอฟ้าเทียนถานก้อเจอร้านขายหนังสือ ร้านหนังสือเป็นร้านชนิดเดียวที่ได้รับอนุญาติจากรัฐบาลให้ขายข้างทางได้
จะเห็นว่าในปักกิ่งไม่มีร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขายผลไม้ หรือร้านอื่นๆ บนทางเ้ท้าให้เห็นเลย


ป้ายห้องน้ำ ถ่ายมาเพื่อระลึกถึงกลิ่น สมัยก่อนที่ผมมาเมืองจีนกับพ่อ มองรูปนี้ทีไรกลิ่นฟุ้งเตะจมูกผมทุกที ได้อารมย์มากๆ ขอบอก

ช่วงบ่ายพวกเราก็ไปเที่ยววัดลามะกันต่อ วัดนี้แต่เดิมฮ่องเต้คังซีเป็นคนให้สร้าง เพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระราชโอรสหย่งเจิ้น แต่ต่อมาภายหลังถูกเปลี่ยนเป็นที่พำนักของพระลามะกว่า 80 รูป ปัจจุบันก็ยังมีพระลามะอาศัยอยู่ ภายในมีหอกลอง หอระฆังและศาลามีแผ่นศิลาจารึกของเฉียนหลงฮ่องเต้เกี่ยวกับนิกายลามะไว้ เป็นภาษาจีนกลาง มองโกล ทิเบตและแมนจู ข้างในศาลามีพระพุทธรูปทำจากไม้แก่นจันทร์ทั้งต้น สูงกว่า 26 เมตรแต่เค้าไม่ให้ถ่ายรูปเลยไม่มีรูปมาให้ดู


บรรยากาศภายในวัดลามะ


นี่ก็บรรยากาศภายในวัดลามะ


นี่ก็ด้วยบรรยากาศภายในวัดลามะ


แถมอีกอัน

ออกจากวัดลามะพวกเราก็ไปกินอาหารเย็นกัน ก่อนกลับโรงแรม พวกเราก็ไปถนนคนเดินกันเรียกว่า ถนนหวังฟู่จิ่ง เป็นแหล่งรวมร้านแบรนด์เนมเลย มี Giordano ด้วย ถนนนี้คนเดินกันพลุกพล่านคล้ายๆฮ่องกง มีร้านอาหารมาออกร้านขายอาหารนาๆชนิดให้ลองชิมกัน สนุกดี


ถ่ายจากสี่แยกตรงข้ามถนนหวังฟู่จิ่ง ถนนคนเดิน


นี่ก็ซอยหนึ่งในถนนหวังฟู่จิ่ง มีร้านขายอาหารเยอะเลย


บรรยากาศร้านอาหารที่มาขายข้างทาง เค้าให้ขายตรงนี้ได้เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวไม่ใช่ในเมือง


เห็นมั้ยครับม้าน้ำเสียบไม้ ผมไม่กล้าลอง ส่วนด้านขวาก็เป็นพวกอาหารเสียบไม้มีทั้งปลาหมึก หมูเนื้อ สารพัด


ดาราหน้ากล้องข้างร้านขายอาหาร

 

<- กลับไปอ่านวันที่สาม