Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
Day 3 (Dec.16.2005)
ปักกิ่ง (กำแพงเมืองจีน สุสานราชวงศ์หมิง)

องค์การนาซ่าบอกว่าเวลาขี้นไปบนอวกาศแล้วมองกลับมาบนโลกจะเห็นแค่สามสิ่งเท่านั้น หนึ่งคือพื้นดิน สองคือผืนน้ำ สามคือกำแพงเมืองจีน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมกำแพงเมืองจีนจึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มันใหญ่โตเกินจินตนาการของเราที่จะจินตนาการได้ว่า ไอ้กำแพงนี้สร้างแบบแฮนเมด คือด้วยมือคนแบบไม่ได้อาศัยเครื่องจักรเลย มันยาวมากเค้าว่ากันว่าถ้าเอาวัสดุที่ทำกำแพงเมืองจีนทั้งหมดมาก่อสร้างเป็นถนนกว้าง 5 เมตรหนา 35 เซนติเมตรจะสร้างถนนเส้นนี้ได้ 1 รอบโลกพอดี ความยาวของกำแพงเมืองจีนนี้ประมาณหมื่นกว่าลี้ หรือประมาณ 6,788 กิโลเมตร จิ๋นซีฮ่องเต้เป็นผู้ให้สร้างเกณฑ์พลเมืองกว่าสามล้านคนทำกำแพงนี้ป้องกันชาวแมนจูมารุกราน คาดกันว่ากว่ากำแพงนี้จะเสร็จมีคนสังเวยชีวิตไปไม่น้อยกว่าหมื่นคน กำแพงเมืองจีนใช้เวลาสร้างทั้งสิ้น 15 ปี สร้างเสร็จในราชวงศ์หมิง เค้าจะเกณฑ์คนไปสร้างเมืองจีนคนละสามปี ถ้าสามปีไม่ตายก็ให้กลับบ้านได้ กำแพงเมืองจีนจุดที่ไปนี้ มีอยู่ห้าป้อม ผมกับแอมแล้วก็เจ๊กบเดินขึ้นไปจนถึงป้อมที่ห้าเลย ส่วนพี่เล็กจอดตั้งแต่ป้อมที่สามแล้ว จริงๆผมไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไรนะ เพราะว่ามันยังน้อยนักเมื่อเทียบกับเดินขึ้นกอมป้าที่อินเดีย เพราะที่นั่นสูงมากอากาศบางหายใจยากเหนื่อยเร็ว กำแพงเมืองจีนเลยเป็นเรื่องเล็กสำหรับผม อิอิ


กำแพงเมืองจีนคนเยอะมาก มันเลยทำให้ถ่ายรูปค่อนข้างยาก อีกอย่างคนจีนชอบบ้วนน้ำลาย
เวลาขึ้นกำแพงเมืองจีนถ้าเหนื่อยจะนั่งพักต้องระวังน้ำลายให้ดีนะท่านผู้ชม ตูดท่านอาจเหนียวได้ อิอิ


นี่ก็ขึ้นไปถึงป้อมที่ห้าเห็นมีธงปักอยู่เลยยืมแอ็คท่ากันหน่อยว่าข้ามาถึงแล้วนะกำแพงเมืองจีน
ไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างด้วยมือเปล่าๆ อลังการเจงๆ


บนกำแพงเมืองจีนนี่ก็มีของขายนะ แต่ที่สะดุดตาผม 2 อย่างคือคือกาแฟกระป๋องในหม้อหุงข้าว
เคยเห็นแต่กระแฟกระป๋องในตู้แช่เย็น แต่นี่เอาหม้อหุงข้าวมาต้มกาแฟกระป๋องเพราะมันหนาวจิงๆ กินอะไรก็ต้องร้อนๆนะพี่
อย่างที่สองก็เห็นจะเป็นอูฐครับ เค้าเอาอูฐขึ้นมาบนกำแพงเมืองจีนประมาณป้อมที่สองเห็นจะได้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป หูยเอาขึ้นมาได้งัยฟระ


กำแพงเมืองจีนจะมีร้านขายของที่ระลึกตรงทางเข้า
ไกด์บอกที่นี่จะถูกที่สุดสำหรับของที่ระลึกผมเลยได้ตุ๊กตาไม้กลับบ้านมาสิบตัวแน่ะ

พอเสร็จจากกำแพงเมืองจีนไกด์ฺก้อพาพวกเราไปชมร้านของรัฐบาลร้านขายหยก แล้วก็มีพวกงานหัตถกรรมขาย จริงๆผมไม่ได้เขียนถึงร้านค้าที่ไกด์พาพวกเราไปดูมากนักเพราะจิงๆมันคือร้านขายของสำหรับนักท่องเที่ยวที่ทัวร์จะพาไปลงแล้วก็ได้เงินจ้าค่าหัวที่พาไปลงหัวละเท่าไรผมก็ไม่รู้นะ เป็น commercial แต่ว่าไกด์บอกพวกเราว่า ที่เรามาเมืองจีนได้ในราคาถูกขี้แตกขี้แตนนี้เพราะว่าส่วนนี้ล่ะ ที่ทัวร์จะมาได้เงินจากร้านรัฐบาลจีน วันก่อนๆ มีพาไปดูร้านไข่มุก พาไปร้านนวดเ้ท้าขายยา พาไปดูร้านขายชา ขายบัวหิมะ พาไปดูสารพัด มากะทัวร์ข้อเสียก็คือตรงนี้ล่ะผมไม่ชอบเอาซะเลย


นี่ถ่ายจากร้านหยกที่บอกนี่ล่ะ มีงานหัตถกรรมอย่างอื่นขายด้วย

หลังจากทานข้าวกลางวันกันเสร็จพวกเราก็ไปดูสุสานราชวงศ์หมิงกันต่อสุสานนี้เรียกเป็นภาษาจีนเท่ห์ๆว่า สือซานหลิง อยู่ชานเมืองปักกิ่งห่างจากตัวเมืองราวๆ 50 กิโลเมตร สุสานนี้ข้างใต้มีของเก่ามากมาย แต่เค้าไม่ขุดขึ้นมาเพราะมีสุสานเก่าที่เค้าเคยขุดขึ้นมาแล้ว ตุ๊กตาทหารที่เป็นสีสรรสวยงามพอมาโดนอากาศสีมันจากหายไป เค้าเลยไม่ขุดขึ้นมา สุสานราชวงหมิงนี้เป็นสุสานจักรพรรดิ 13 ใน 16 พระองค์ของราชวงศ์หมิง ภายในเค้าก็จัดแสดงของเก่า เครื่องใช้จักรพรรดิ์ในสมัยก่อนให้ดู


สุสานราชวงศ์หมิง ก้อเป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะ อย่างที่บอกมันดูคล้ายๆกันไปหมด แทบจะจำไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร


นี่เป็นอีกมุมของสุสาน ข้างในมีของใช้ฮ่องเต้เก่าแ่ก่ จัดแสดงอยู่


ถ่ายรูปเล่นบริเวณสุสาน


ก่อนขึ้นรถกลับโรงแรม มีป้ามาขายผลไม้น่ากินแต่ไม่ได้ซื้อ
ไกด์บอกแกมบังคับว่าเดี๋ยวเค้าจะมีคนที่รู้จักกันขึ้นมาขายให้ถึงบนรถอย่าเพิ่งซื้อ


รูปสุดท้ายถ่ายตอนเค้าพาไปร้านขายของอีกร้านนึงเป็นร้านขายบัวหิมะแล้วก็มีกอเอี๊ยขายด้วย
กอเอี้ยที่ติดกันอยู่ที่ขมับผมกับเจ๊กบนี่เค้าแจกมาติดฟรีแก้ปวดหัว ติดแล้วเย็นๆ แต่ไม่เห็นหายปวดหัวเล้ย

 

<- กลับไปอ่านวันที่สอง