Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
Day 2 (Dec.15.2005)
ปักกิ่ง (พระราชวังโบราณ อุทยานอี้เหอหยวน)

วันนี้ตื่นหกโมงเช้า มาเที่ยวก็ตื่นเช้าเป็นธรรมดา ยิ่งมากะทัวร์ตื่นสายไม่ได้จะโดนประนามได้ มื้อเช้ากินข้าวที่โรงแรมเป็นบุฟเฟ่ต์ ก็มีพวกข้าวต้ม ไข่เค็ม ผัดผัก อะไรประมาณนี้น่ะ ไม่มีอะไรพิเศษ ข้าวต้มเค้าใส่เม็ดบัวต้มมีรสหวานๆ รสชาดก็พอแล่กล่าย วันนี้เราจะไปเที่ยวสองแห่งคือพระราชวังโบราณ กับ อุทยานอี้เหอหยวน พวกเราออกจากโรงแรมโดยรสบัสคันเดิมที่เรานั่งเมื่อวานนี้ ระหว่างทางไกด์ก็ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเมืองปักกิ่งเยอะแยะ รถเมล์ที่ในปักกิ่งส่วนใหญ่จะใช้แก๊สแล้วคนขับก็จะเป็นผู้หญิง ใครมาปักกิ่งเนี่ยไกด์บอกว่าถ้าเห็น 3 สิ่งต่อไปนี้ถือว่าโชคดีมาก คือ 1.ผู้หญิงท้อง 2.หมา 3.วันฝนตก นี่ถ้าได้เจอแบบผู้หญิงท้องเดินจูงหมาในวันฝนตกนี่ ถือเป็นอภิมหาเฮง ต้องไปซื้อหวย รับรองถูก เพราะสิ่งเหล่านี้ในปักกิ่งหายากโคตรๆ

พูดถึงน้ำมัน ตอนนี้เมืองจีนนี่ใช้พลังงานน้ำมันเปลืองเป็นอันดับที่สองของโลกรองจากอเมริกา เค้าก็เริ่มที่จะหาพลังงานอื่นมาทดแทนแล้ว รถก็หันมาใช้เป็นแก๊ส ผมสังเกตุดูที่ปักกิ่งนี่ไม่เห็นรถญี่ปุ่นเลย พวกฮอนด้า โตโยต้านี่ แทบไม่มี เห็นมากสุดก็จะเป็นพวกฮุนได โฟล์ค passat แล้วก็ ซีตรอง เห็นเค้าเอาซีตรองมาทำเป็น Taxi เยอะเหมือนกัน ทีีไม่มีรถญี่ปุ่นเพราะจีนไม่่ค่อยจะถูกกับญี่ปุ่นเท่าไรนัก

ช่วงเช้าไกด์ก็พาไปเดินจตุรัสเทียนอันเหมิน จตุรัสเทียอันเหมินจะเป็นลานกว้างๆ นักท่องเที่ยวมาที่นี่เยอะมาก จะมีรูปของท่านเหมาเจ๋อตงบนกำแพงสีแดง ที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกัน รูปทางซ้ายมือข้างบนจะเห็นสาวน้อยใส่เสื้อสีขาวยืนถือธงสีน้ำเงินคอยให้ความรู้นั่นคือน้องจอยของพวกเราเองครับ เธอมีความรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในปักกิ่ง ลานจตุรัสนี่เป็นลานโล่งใหญ่มาก แล้วมีลมพัดแรง มันหนาวมากจริงๆ อากาศ -5C เนี่ยจิงๆจิ๊บจ๊อยมากๆ แต่ลมพัดที่มาปะทะเรานี่ช่างทารุณนักใครเคยไปเมืองหนาวคงรู้กันดี ไม่มีถุงมืออาจตายได้ จะปวดมือปวดใบหูเป็นอย่างมาก หลายคนไปเที่ยวเมืองหนาวถ่ายรูปมาจะเห็นแต่ลูกกะตา เพราะปิดหน้าปิดตากันหนาวจนจำแทบไม่ได้


รูปนี้ก้อเจ๊กบกะพี่เล็ก(พี่เขยผม) ถ่ายหน้าจตุรัสเทียนอันเหมินรูปประธานเหมา แล้วขวาก็เป็นรูปน้องแอมถ่ายบนลานกว้างหน้าจตุรัสหนาวโคตรๆ


จุดนี้ล่ะที่ต้องมาุถ่ายหน้าจตุรัสกับท่านประธานเหมา

พอเดินเล่นที่จตุรัสเสร็จเราก็ไปเที่ยวพระราชวังโบราณกันต่อในวังนี้จะมีห้องทั้งหมด 9,999 ห้องครึ่ง เค้าไม่สร้างเป็นหมื่นห้องเพราะว่ามันจะใหญ่กว่าท้องฟ้า หรือว่าอะไรสักอย่างฟังน้องจอยไม่ทัน เลยต้องลดมาครึ่้งห้อง ห้องนั้นเป็นห้องใต้บันได ภายในตัวพระราชวังเค้าไม่ให้เข้าไปแล้วเพราะคนมาเที่ยวมือบอนชอบไปสลักชื่อรักตุ้มมาก อะไรประมาณนี้ เค้าเลยให้แค่ชะโงกดู ก็เห็นมีที่ประทับฮ่องเต้ แล้วก็พวกของเก่าๆสมัยนั้น


บริเวณรอบๆพระราชวังโบราน รูปขวามือสุดเป็นโอ่งซึ่งแต่ก่อนจะไว้ใส่น้ำ
เวลามีไฟไหม้ก็จะมาตักไปดับไป เมื่อก่อนไฟไหม้บ่อยมาก เพราะพระราชวังส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ทั้งนั้น


นี่ก็อีกมุมนึงของพระราชวังโบราณ จริงๆถ้าเราเอารูปมาดูทั้งหมดจะแยกแทบไม่ออกเลยว่านี่มันที่ไหน
เพราะถ่ายรูปมาสถาปัตยกรรมของเค้าเหมือนกันหมดสีแดงๆแบบนี้ล่ะ


ช่วงนี้ต้นไม้ในเมืองปักกิ่งเหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นต้นอะไรเพราะมันทิ้งใบหมดต้นเลย สวยไปอีกแบบเสียอย่างเดียวหิมะยังไม่ตก

พอช่วงบ่ายก็ไปอุทยานอี้เหอหยวนเป็นที่ที่ให้นางสนมอยู่กันเป็นสวนไว้เดินแก้เบื่อของนางสนมน่ะเค้าทำเป็นระเบียงยาวเดินได้ทอดไปตามทะเลสาปเลย แต่ตอนที่ไปนี่เค้าเปิดให้เดินช่วงสั้นๆช่วงเดียวเพราะซ่อมแซมอยู่ ผมจำระเบียงอันนี้ได้เพราะเคยมาครั้งนึงแล้วตอนนั้นมากับพ่อเค้าเปิดให้เดินได้ตลอดเลย ทะเลสาปตอนนี้ก็กลายเป็นน้ำแข็งหมดแล้ว


อย่างที่บอกรูปทางซ้ายเป็นรูปทะเลสาปข้างระเีบียงแข็งเป็นน้ำแข็งแล้ว จริงๆจะมีคนมาเล่นสเก็ตเยอะแยะ
แต่นี่มันเพิ่งเริ่มแข็งยังไม่หนาเท่าไรเลยยังไม่มีใครมาเล่นสเก็ต ส่วนรูปกลางก็เป็นระเบียงยาวอย่างที่บอกนี่ล่ะ รูปขวาสุดเป็นรูปลิงที่ปักกิ่ง อิอิ


ระหว่างเดินกลับไปขึ้นรถบัสก็เจอร้านขายของข้างทาง หลังจากผมถ่ายรูปทางขวามือที่เห็นนี้ปุ๊ป
หญิงจีนที่เห็นในรูปเสื้อชมพูๆ ก็วิ่งเข้ามาขอค่าถ่ายรูปเหมือนคนอินเดียเลย ผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชื้เดินจากไปหน้าตาเฉย แฮ่ๆ

<- กลับไปอ่านวันที่หนึ่ง