Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me
Day 1 (Dec.14.2005)
กรุงเทพ-ปักกิ่ง (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Underwater World และดูกายกรรมปักกิ่ง)

เอาอีกแล้วเมื่อวานเพิ่งจะจัดกระเป๋าไม่รู้เป็นโรคอะไร ชอบจัดกระเป๋าวันสุดท้ายก่อนไปเดินทางทุกทีเลย เมื่อวานกว่าจะจัดกระเป๋าเสร็จปาเข้าไปตั้งตีหนึ่ง แล้วตีสี่ก็ต้องลุกมาอาบน้ำแล้ว เพราะว่าต้องรีบไปสนามบินตอนตีห้าครึ่ง งัวเงียสุดๆ ทริปนี้ไปกันสี่คน มีพี่เล็ก เจ๊กบ น้องแอม แล้วก็ผมเอง ผมโทรไป 1661 บอกให้รถ taxi 2 คันมารับที่บ้านผมตอนตีสี่ครึ่ง เพราะว่าพี่เล็กกะเจ๊กบ จะขับรถจากเมืองชลมาเจอผมกับแอมที่บ้าน จริงๆผมไม่ได้มาเที่ยวกับแบบทัวร์อย่างนี้มานานมากแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ไปกะทัวร์ก็เห็นจะเป็นตอนอยู่มัธยมปลาย ว่าไปแล้วเกือบยี่สิบปีแน่ะ ทริปนี้เจ๊กบเป็นคนชวนผมให้ไปกะทัวร์ เพราะว่าคงไม่สะดวกถ้าจะมากันเอง เพราะไม่มีใครพูดภาษาจีนกันได้เลย

พวกเรามาเจอไกด์จากบริษัททัวร์ที่เราจองกันที่สนามบินตอนตีห้านิดๆ ชื่อบริษัททัวร์ที่เราไปด้วยในครั้งนี้คือ โบอิ้งฮอลิเดย์ทัวร์ เจ๊กบเปิดหนังสือเที่ยวรอบโลกแล้วเจอว่ามันไปเมืองจีนในราคาถูกสุดๆ แค่คนละ 17,900 บาท ก้อเอาว่ะไปกับทัวร์บริษัทนี้ก็ได้ มากะทัวร์ก็สบายไปอย่างนะ เราไม่ต้องทำอะไรเลย สบ๊ายสบาย รออย่างเดียว พวกเราไปเมืองจีนกันด้วยสายการบินศรีลังกาแอร์ไลน์ มีจอทุกที่นั่ง เล่นเกมส์ได้ด้วย

เราบินมาถึงปักกิ่งใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงโดยประมาณ เวลาที่ปักกิ่งก็เร็วกว่าเมืองไทยหนึ่งชั่วโมงพอดิบพอดี มาถึงก็ไม่ต้องทำไรมากเดินตามไกด์อย่างเดียว แล้วก็ผ่าน immigration มาเอากระเป๋า ซึ่งไกด์บอกให้เราไปรวมพลกัน ณ จุดที่เอากระเป๋านั่นล่ะ รูปผมทางซ้ายมือก็ถ่ายตอนมารอเอากระเป๋าที่สนามบินปักกิ่ง ไกด์บอกว่ายังไม่มีอะไรจะให้กินจนกระทั่งถึงมื้อเย็น ใครหิวก็ซื้อ KFC ที่สนามบินกันกันเอาเอง พวกเราเลยไปฟาด แฮมเบอร์เกอร์กินกันคนละอัน ที่นี่ก็มีชื่อเรียกแฮมเบอร์เกอร์เป็นภาษาจีนเหมือนกับที่ แม็คโดนัลที่อินเดียที่ผมไปกินคราวไปอินเดีย บิกแม็คมหาราชา ยังจำได้แม่นแท้ แต่ไอ้ KFC ของปักกิ่งนี่จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร ชื่อมันไม่ค่อยจะแตะตาสักเท่าไรเลยไม่ได้จำมา ที่นี่ล่ะครับที่ KFC ที่ผมโดนคนหลอกดอกแรกเลย ซื้อ KFC 56 หยวน ผมก็ให้แบงค์ 100 หยวนไป พี่แกทอนมาให้ผมแบงค์ 20 หยวนหนึ่งใบ แบงค์ 10 หยวน 1 ใบ กับเงินเจียวอีก 10 Jiao แล้วก็แบงค์ 1 หยวนอีก 4 ใบ โอย ก็ไอ้แบงค์เงินเจียวนี่ล่ะครับตาดีได้ตาร้ายเสียเพราะ 10 เจียวเนี่ยมันเท่ากับแค่ 1 หยวนเอง มันเล่นเอามาใช้ทอนผม โดยผมก็ไม่รู้นึกว่าแบงค์หยวนเหมือนกัน ซวยประเดิมเลย

หลังจากรวมพลกันเรียบร้อยก็รู้ว่าทริปเราที่มากะทัวร์นี้มีลูกทัวร์ทั้งสิ้น 32 คน ไกด์อีกสองคน ไกด์คนแรกเป็นคนไทยชื่อโอ๋ อีกคนเป็นไกด์คนจีนที่พูดภาษาไทยได้คล่องแคล่วแถมยังมีชื่อไทยอีกเรียกกันสั้นๆว่า น้องจอย น่ารักดีหมวยๆ พวกเราทั้งหมดขึ้นรถบัสที่บริษัททัวร์จัดไว้ให้เพื่อไปเที่ยว underwaterworld ที่ชื่อว่า ฟู่กว๋อ ก่อน ระหว่างทางไป ในรถน้องจอยก็ให้ความรู้เกี่ยวกับเมืองปักกิ่งมากมาย เค้าบอกว่าปักกิ่งเนี่ยเป็นเมืองเก่าแก่ แตกต่างจากเซี่ยงไฮ้มากมาย มีบ้านเรือนที่ยังคงอารยธรรมไว้ คนที่นี่ก็ยังนิยมขี่จักรยานอยู่เลย อีกอย่างปี 2008 ที่จะถึงจีนจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก รัฐบาลจีนก็ให้ก่อสร้างตึกต่างๆได้ในช่วงนี้เท่านั้น ในปี 2007-2008 จะห้ามก่อสร้างอะไรอีก คนเลยก่อสร้างตึกกันใหญ่ในช่วงปีที่ผ่านมานี้

ปักกิ่งเนี่ยถึงแม้จะเป็นเมืองเก่าแก่ แต่ก็มี infrastructure ที่ทันสมัย มีรถไฟใต้ดินสามสาย มีระบบผังเมืองแบบวงแหวนที่ผมว่าดีกว่าในกรุงเทพเสียอีก เค้าจะมีถนนวงแหวนเป็นชั้นๆหลายชั้นจากชานเมืองจนเข้ามาถึงในเมือง ตั้งแต่ถนนวงแหวนเส้นที่สามเข้ามาถือว่าเป็นเขตตัวเมืองจะห้ามก่อสร้างอาคารสูง เราจีงไม่เห็นอาคารสูงในใจกลางเมืองเลย แต่รอบนอกออกไปจากวงแหวนชั้นที่สามก็มีตึกสูงๆให้เห็นเยอะ รถที่นี่ก็ติดไม่ใช่เล่น ถ้าเทียบกับ กทม ก็ใกล้เคียงกันเลยยิ่งตอนช่วงเร่งรีบเนี่ยติดโคตร แต่ถนนที่นี่ดีถูกใจผมมากเพราะมีเลนให้จักรยานวิ่งโดยเฉพาะ ท่านผู้ว่ากทม น่าจะทำบ้างนะ อยากได้ๆ รถที่นี่ขับคนละฝั่งกับเมืองไทย พวกมาลัยรถก็อยู่คนละข้างด้วย คือพูดง่ายๆเหมือนในอเมริกาเด๊ะเลย รถที่นี่ก้อเห็นมียี่ห้อฮุนไดเยอะ เห็นน้องจอยบอกว่าฮุนไดเป็นของจีนนี่ล่ะ

แท็กซี่ก็เห็นมีสีสันคล้ายๆกับบ้านเรานี่ล่ะ แต่น้องจอยบอกว่ารถแท็กซี่ป้ายทะเบียนจะเป็นตัวอักษร B แล้วก็ น้องจอยยังบอกอีกว่า รถแท็กซี่ถ้าสีแดงนี่จะเป็นรถรุ่นเก่า ส่วนรุ่นใหม่จะเป็นสีเหลืองหรือม่วงๆน่ะ แต่ราคาค่าโดยสารจะแพงกว่าสีแดงเล็กน้อย ไม่ได้ถ่ายรูป Taxi มาให้ดูเพราะว่ามันธรรมดาเหมือนบ้านเรา แต่ผมถ่ายรูปทางขวามือข้างบนมาให้ดู คนจีนกัีบรถจักรยานขายมันเผา ซึ่งหอมมากๆ มันสดๆมาเผากลิ่นหอมเตะจมูก ไกด์บอกว่าอย่าได้ไปซื้อของข้างทางถ้านะ ไม่งั้นถูกทอนเงินปลอมหรือไม่ก็ราคาแพงโอเวอร์ ผมก็เลยได้แต่จ้องๆดมๆ

รูปน้องแอมนี่ก็เป็นจักรยานของคนแถวนั้นเค้าขายพวกผลไม้แช่อิ่ม ไม่ซื้อเค้าหรอกแต่แอบไปยืมมาถ่ายรูป นี่ถ้าเป็นอินเีดียเค้าคิดตังค์เลยนะเนี่ยค่าถ่ายรูปอ่ะ วันแรกนี่ไกด์เราก็พาไปเที่ยวฟู๋กว๋อ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ underwater world เหมือนบางแสนของเรานี่ล่ะ จริงๆมาเที่ยวแบบนี้ผมไม่ชอบเลย มาปักกิ่งทั้งทีมาดู underwater world เชื่อมั้ยว่าถ้าเราเข้าไปข้างในแล้ว เราจะแยกไม่ออกเลยว่านี่มันที่บางแสนหรือปักกิ่ง แต่มากับทัวร์ก็ต้องแบบนี้ล่ะ ผมเลยไม่ได้เอารูปในฟู๋กว๋อมาลงให้ดูครับ


อากาศในปักกิ่งช่วงที่ไปนี่ก็อยู่ราวๆ -5 C แม่น้ำนั้นแข็งเป็นน้ำแข็งหมดแล้ว ดูรูปข้างบนจะเห็นว่ามีคนลงไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งในแม่น้ำได้เลย
หนาวมาก หนาวปวดหูเลย คิดถึงตอนอยู่อเมริกาเลย มันหนาวจังฮู้ ส่วนรูปทางขาวเป็นร้านขายของเล็กๆน่ารักในปักกิ่ง

เสร็จจากชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำพวกเราก็ไปกินอาหารไทยสไตล์ปักกิ่งกัน รสชาดก็พอถูไถ ไกด์บอกเราว่ามื้อแรกในปักกิ่งถ้าถามว่าอร่อยมั้ย คนมักจะตอบกันว่า "ก็โอเค" พอวันที่สองถามใหม่จะตอบกันว่า "ก็พอได้" พอวันที่สามจะบอกว่า "ก็พอแล่กล่าย" พอวันที่สี่ที่ห้า ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ก็พอได้แล่ก" จิงๆผมว่ายังห่างชั้นนักกับอาหารอินเดียที่ผมไปประสบมา อิอิ

หลังจากที่เรากินอาหารค่ำเสร็จ ไกด์ก็พาพวกเราไปชมกายกรรมปักกิ่ง ซึ่งเป็นผมก็คงจะไม่ไปดูหรอกครับ มันก็เหมือนๆกับที่เค้ามาแสดงให้เราดูในบ้านเรานั่นล่ะ แต่เราก็เลือกไม่ได้อยู่ดี ข้างๆโรงกายกรรมก็มีร้านเล็กๆขายเกาลัคอยู่ ผมก็เลยไปซื้อเกาลัคแบบออริจินอลมาลองสักถุง ไม่แพงนะที่นี่ถิ่นกำเนิดเลย ขายครึ่งกิโล 8 หยวน เป็นราคาไทยก็ครึ่งกิโล 40 บาท อร่อยดีคั่วร้อนๆ เลย


ร้านขายเกาลัค และป้ายหน้าร้านยืมมาโพสท่าถ่ายรูปหน่อย

ึ่ึ่พวกเราดูกายกรรมเสร็จ ไกด์ก็พาพวกเราไป Check-in ที่โรงแรมที่มีชื่อว่า Beijing Ha Te Business Hotel โรงแรมระดับกี่ดาวก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่ได้หรูหราอะไร คืนแรกนอนยังไม่หลับเลยเอา notebook ที่ติดไปด้วยขึ้นมาเขียนรายละเอียดในวันแรกเพื่อที่จะเอามาทำเว็บนี่ล่ะ

<- กลับไปหน้าก่อน