Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me


Day 11: December 31, 2008 Wed (Koln)

กิน Breakfast กันที่โรงแรม แอบขโมยไข่ต้ม กับขนมปังกันมาเช่นเคย เมือง Koln นี่ไม่ค่อยมีไรเที่ยวเลย ที่เจ๋งๆก็เห็นมี Dome อันเดียวนั่นล่ะ วันนี้เราก็เลยซื้อ City Tour นั่งรถชมเมืองกันหัวละ 10 ยูโร นั่งไปก็ง่วงไป ไม่มีอะไรจริงๆ จริงๆอยากไปดู Neuschwanstein (อ่านว่า นอยชะวันสไตน์) เป็นปราสาทที่เค้าว่ากันว่าสวยโคตรๆ ถึงขนาด Disneyland เอามาสร้างเลียนแบบ แต่ว่ามันอยู่ไกลจาก Koln มาก เลยไม่ได้ไป เสียดายมากๆ

วันนี้ร้านค้าทั้งหลายจะปิดตอนบ่ายสอง เพราะเค้าปิดเพื่อฉลองปีใหม่กัน เราก็เลยต้องปฎิบัติภาระกิจช๊อปปิ้งกันอย่างรวดเร็วก่อนที่ร้านจะปิด หลังจาก shopping กันจนร้านปิดแล้ว ประมาณบ่ายสามก็เดินมาหาร้านอาหารเยอรมันกินกัน เพราะอยากลองกินไส้กรอกกับเบียร์เยอรมันขนานแท้ พวกเราสั่งขาหมูเยอรมันกินกันด้วย อร่อยดีเหมือนกัน ระหว่างกินอาหารกันก็คุยกันเรื่องที่จะไป Luxemburg ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจริงๆมิเชลจองโรงแรมกับตั๋วรถไฟให้กับพวกเราทุกคนไว้แล้ว แต่ว่านุ้ยบอกว่าไม่อยากไปแล้วเพราะเหนื่อยมาก นุ้ยท้องลูกคนที่สองอยู่ด้วย เค้าเลยอยากกลับไปพักที่ Brussels มิเชลก็เลยทำตัวไม่ถูกว่า เอางัยดีฟระ จะทิ้งพวกเราให้ไป Luxemburg กันเองเลย แล้วพานุ้ยกลับไป Brussels หรือว่าจะทำงัยดี ผมรู้สึกได้ถึงความลำบากใจของมิเชลเลย แต่ว่าเจ๊น้อยก็เลยบอกว่า ให้มิเชลกลับไปกับนุ้ยนั่นล่ะ เดี๋ยวพวกเราไปเที่ยวกันเองได้อยู่แล้ว ผมพาไปเที่ยวได้ มี Lonely Planet เล่มเดียวก็ไปเที่ยวได้แล้ว มิเชลเลยค่อยวางใจ แต่ผมโคตรเสียดายเงินที่จ่ายค่าตั๋วรถไฟกับค่าโรงแรมไว้แล้วจริงๆ

สรุปของที่ซื้อที่เยอรมัน ผมได้ Magnet ติดตู้เย็น ลูกลิงซื้อน้ำหอม 4711 มา 10 ขวดเล็กๆมาฝากเพื่อนๆ เจ๊น้อยได้น้ำหอม 4711 มาหลายขวดเลย แล้วนุ้ยก็ได้นาฬิกาแท็คฮอยเออร์ มาเรือนนึงมิเชลซื้อให้ ใจดีจิงวุ้ยตั้ง 1300 ยูโรแน่ะ


รถ City Tour ที่เรานั่งกันจนง่วงก็คันนี้ล่ะ เรานั่งชั้นบนกัน


บรรยากาศภายในรถ (ก่อนหลับ)


เมืองแถวนี้มีป้ายบอกที่จอดรถว่าเหลืออีกกี่ที่ เหมือนในเบลเยี่ยมเลย ส่วนรูปขวาก็เป็นตึก 4711 น้ำหอมชื่อดังของที่นี่


นี่ล่ะครับ Doom ใหญ่จริงๆ สีดำทะมึนตั้งตะหง่านดูหลอนนิดๆเวลากลางคืน


ประตูทางเข้า Doom มีคนเอาดอกกุหลาบมาเหน็บไว้ด้วย


ที่ไหนฟระนี่ จำบ่ได้ ลูกลิงแปลงเป็นลูกนก


ภายใน Doom ก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ


เดินช็อปเปิ้งกัน เห็นร้าน Geox แว่บๆ


ร้านอาหารแถวนั้น


เราแวะกินขาหมูเยอรมันกันร้านนี้ล่ะคร้าบบบบ

เย็นนี้มิเชลก็จองร้านอาหารไทยไว้ฉลองส่งท้ายปีเก่า กันริมแม่น้ำไรน์ เลย ผมละเบื่อจิงๆ กินแต่ร้านอาหารไทย ไม่รู้จะทำงัย เซ็งเป็ด มื้อเย็นนี้สุดจะไม่คุ้มเลย ร้านที่เราไปกินชื่อร้าน นครไทย (ไม่แนะนำให้คนไทยอย่างเราไปกินกัน) อาหารแพงมาก เค้าคิดหัวละ 49 ยูโร (คือประมาณ 2500 บาท) แถมอาหารยังจัดว่าสุดห่วยเลยครับ มีอาหาร 5 รายการในมื้อนั้น คือ 1. เกรียบกุ้ง (ที่ร้านอาหารทั่วไปแจกให้กินกันฟรีๆ แต่นี่นับเป็นหนึ่งรายการ) 2. ต้มยำกุ้ง ที่แบ่งมาให้คนละชาม มีเห็ดอยู่คนละสามชิ้น กุ้งเล็กอีกสองตัว 3. หมุสะเต๊ะ คนละ 3 ไม้ 4. แกงเผ็ดเป็ดย่าง + สตูเป็ด ใส่จานรวมคล้ายๆ จานออเดิฟอาหารจีนบ้านเรา ซึ่งไม่เยอะและแบ่งกันกิน 5. ฟรุ๊ตสลัดน้ำกะทิ เป็นของหวาน คิดดูสิ อาหารมันไม่มีอะไรเลย หัวตั้งสองพันห้าร้อยบาท นอกจากนั้น ยังเอาสาวเสริฟมารำไทยได้เหมือนรำวงมาก เสียวัฒนธรรมบ้านเราหมด สาวเสริฟคนนั้นรำไปก็หัวเราะไป คงขำตัวเองน่ะ แล้วยังมีสาวเสริฟที่บริการได้ห่วยแตกอีก แถมพูดจาไม่เข้าหูอีกด้วย แล้วยังชอบมาพูดภาษาเยอรมันใส่พี่แตนอีก

“##@$% พี่จะเพาเซอร์ก่อนมั้ย….” เด็กเสริฟหันมาคุยภาษาเยอรมันกับพี่แตน
“อะไรน้องพูดอะไร... แล้วอะไรเพาเซอร์อะไร” พี่แตนหันกลับไปถาม
“ก็จะให้หยุดเสริฟอาหารก่อนมั้ย พักน่ะ..พักน่ะ” เด็กเสริฟตอบกลับเสียงดัง
“เออ มันคงมาจากคำว่า Pause มั้งว่ะ แล้วมาพ่นเยอรมันใส่ตูทำไมว่ะ ฟังไม่ออก” พี่แตนคิดดังๆในใจ

แล้วยังมีอีก บทสนทนาต่อไปนี้ทำให้ผมควันออกหูเลย

“น้องขวดโค้กที่เปิดมานี่ มีฝาด้วยป่ะ” ผมหันไปถามเด็กเสริฟ
“มีพี่” เด็กเสริฟตอบห้วนๆ
“เอ่อ.. พี่อยากได้ฝามันจะได้มั้ย คือพี่สะสมขวดโค้กจากประเทศต่างๆทั่วโลกน่ะ” ผมหันไปบอกเจตจำนงค์กับเด็กเสริฟ
“ฝาน่ะมีพี่ แต่หนูทำงานอยู่น่ะ เห็นมั้ยว่ายุ่งอยู่ ไม่มีเวลาหาฝาโค้กอะไรนั่นให้พี่หรอก” เด็กเสริฟค้อนไปพูดไป

ดูมันตอบสิ อยากจะกระโดดเตะก้านคอมันน่าดู.. แถมตอนท้ายมันตักของหวานมาให้ ยังบอกว่า “หนูตักมาให้นิดเดียวนะ (นิดเดียวจริงๆติดก้นถ้วยเลย) ถ้าพี่อยากกินอีกก็บอกนะ คนไทยด้วยกันเดี๋ยวจะเติมให้” พูดไปก็เอามือตบหน้าอกไปด้วย เหมือนออกมาจากใจนะเนี่ย.. หันไปดูถ้วยของหวานฝรั่งโต๊ะข้างๆ โอ้โห ฟรุ๊ตสลัดเต็มถ้วยเลย ดูมันทำดิ แม..ร่..ง..... ตอนจ่ายตังค์มันยังอุตส่าห์บอกให้เจ๊น้อยทิปให้มันด้วยนะ เป็นเงินไทยก็ได้ เจ๊น้อยให้มันไป 100 บาทเพื่อตัดรำคาญ..

วันนี้นึกว่าจะได้ Countdown ที่ร้านอาหารไทยริมแม่น้ำไรน์ ปรากฎว่า นั่งกันจนเซ็ง อาหารก็ไม่มีอะไร เลยกลับโรงแรมกันดีกว่า คนเยอรมันนี่ฉลองปีใหม่คล้ายๆวันลอยกระทงบ้านเราเลย เอาดอกไม้ไฟมาจุดกันเต็มถนนเลย ดูน่ากลัวเพราะมีคนเมาเยอะ เอาขวดเบียร์มาปาบนถนน แล้วก็ส่งเสียงโวยวาย

 

กลับไปหน้าสิบ