Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me


Day 9: December 29, 2008 Mon (Brugge)

วันนี้พวกเรานัดมิเชลตอนเที่ยงๆ มิเชลจะพาไปเที่ยวเมือง Diant วันนี้พี่แตนบอกว่าเหนื่อยมากขอไม่ไปละกัน อยากนอนพักอยู่ที่ห้อง เราก็ว้า ไหนๆมาแล้วน่าจะไปด้วยกันนะ แล้วมิเชลบอกว่าเมืองนี้มันไม่เหมือนเมืองที่ไปเที่ยวมาแล้วนะ เป็นชนบทเป็นวิวภูเขาแม่น้ำ ออกไปทางชนบท แต่สรุปพี่แตนก็ไม่ไปขอนอนดีกว่า

วันนี้หนาวมาก -4 องศา สรุปวันนี้เรามากันแค่สามคน กว่าจะออกจากโรงแรมได้ ปาเข้าไปเที่ยงกว่าแล้ว เดินออกมาจากโรงแรมยังไม่ทันไร กระเป๋าถือ (ที่เพิ่งซื้อมาจากร้านตรง Market Square) ของเจ๊น้อยก็สายขาด ต้องเดินกลับไปโรงแรมใหม่ เพื่อเปลี่ยนเอากระเป๋าใบเก่ามาใช้ ระหว่างเดินไปขึ้นรถไฟ รู้สึกว่าวันนี้อากาศหนาวมากๆ หันไปมองหน้าลูกลิง มีความรู้สึกว่า วันนี้น่าจะอยู่เที่ยวเมือง Brugge ของเรานะ ไม่น่าไปไหนเลย เหนื่อยด้วยหนาวด้วย แล้วเราก็ยังไม่ได้เที่ยวเมือง Brugge ไม่ถึงไหน ว่าแล้วก็ปรึกษากันว่าเอางัยดี เบี้ยวดีกว่ามั้ยวันนี้ สรุปคือพวกเราเบี้ยว แล้วผมก็โทรไปบอกมิเชล มิเชลเห็นดีด้วยเพราะขี้เกียจเหมือนกัน เค้าบอกว่าวันนี้เค้าจะทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า แล้วก็ล้างครัว

ผมให้เจ๊น้อยกับลูกลิงไปรอที่ร้านขายกระเป๋า ส่วนผมเดินกลับมาโรงแรมเพื่อเอากระเป๋าใบที่ขาดไปเปลี่ยน ผมเดินผ่าน Market Square ก็เหลือบไปเห็นรถโค้ก จอดอยู่หน้า Belfry โหย..ต้องเป็นรถขายโค้กที่เราตามหาอยู่เป็นแน่แท้ ... ผมรีบวิ่งเข้าไปดู ไชโย เจอแล้วขวดโค้กที่ตามหามานาน เกือบจะกระโดดกอดคนขายอยู่แล้ว (คนขายสวยมาก) รีบๆเอามาเลยไอ้น้อง ว่าแต่ pack ละกี่ยูโรเนี่ย... ผมให้ไปถามฝรั่งคนที่เพิ่งซื้อมา 1 แพ็ค แกบอกว่า 5 ยูโร โอ้ว ไม่แพงอย่างที่คิดแฮะ เลยซื้อมาหนึ่งแพ็ค ผมถามแซนตี้คนสวยว่า ทำไมไม่เห็นมีขายในร้านธรรมดาทั่วไปเลย เค้าบอกว่าโค้กแบบนี้เป็นโค้กชุดพิเศษ ออกในเทศกาลต่างๆ ไม่มีขายร้านทั่วไป มีแต่บนรถโค้กเท่านั้น โหย นี่ถ้าเราไม่เดินย้อนกลับมา คงไม่ได้ซื้อแล้ว โชคดีจริงๆ เดินเบิกบานกลับโรงแรม ช่วงถือโค้กกลับโรงแรมนี่เย็นมือมาก เย็นจนปวดเลย เพราะเค้าไม่มีถุงใส่ให้ แล้วขวดโค้กเป็นขวดอลูมิเนียม สงสัยเดินกลับถึงโรงแรม โค้กเป็นวุ้นแน่ๆ แต่ไม่ได้เปิดกินเลยไม่รู้

กลับไปถึง ก็ไปเคาะห้องพี่แตนเพื่อเอากระเป๋าของเจ๊น้อย พี่แตนก็งงๆว่า “เห้ย ยังไม่ไปกันอีกเหรอนี่” บอกแกว่า ไม่ไปแล้วเพ่ วันนี้จะเดินเล่นเมืองนี้ล่ะ พี่แตนยังอยู่ในสภาพชุดนอน เลยบอกแกว่า “’งั้นผมไปก่อนดีกว่า เจ๊น้อยกับลูกลิงรออยู่ที่ร้านกระเป๋า เดี๋ยวพี่นอนไปก่อนล่ะกัน แล้วบ่ายๆ จะกลับ”

วันนี้เป็นวันอิสระของพวกเรา เดินเล่นในเมือง Brugge จริงๆ ก็เดินไม่ทั่วหรอก เพราะมันแต่ห่วงซื้อของกัน ยังมีส่วนอื่นของเมืองที่น่าไปเดินอีก ต้องใช้เวลาหลายๆวัน ถึงจะเดินทั่ว ได้เดินไปขึ้น Belfry ด้วย มันเหมือนหอคอยเลย มีบันไดเล็กๆแคบๆ ขึ้นไปยอด 366 ขึ้น สูงมาก เดินได้ที่ละคน เวลาขึ้นไปยอดแล้วเวลาเดินรู้สึกเสียวๆ เวลาเดินสวนทางกับคนที่ลงมาต้องหยุดเบี่ยงตัวหลบกันเพราะมันแคบมากๆ

วันนี้ไม่ได้กินข้าวเย็นกันเลย เดินกลับมาโรงแรมมาตามพี่แตนไป shopping รอบสอง ก็เลยเอาไข่ต้มที่ขโมยมาเมื่อวันก่อน เอาออกมากิน อร่อยดีเหมือนกัน วันนี้ได้ไปกินเบียร์ที่ Market Square แล้วเอาแก้วเบียร์กลับมา 2 ใบตามที่ได้ตั้งใจไว้ด้วย ขากลับผมกับลูกลิงยังแวะซื้อร้านไก่ทอดที่เล็งไว้ตั้งแต่วันแรกๆ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสแวะเข้าไปกินด้วย ซื้อปีกไก่ทอดกลับมากินที่โรงแรม ปรากฎว่าไก่ทอดมันเค็มจัง กลับถึงโรงแรมเตรียมเก็บของเพราะพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวเยอรมันกัน


นี่งัยที่ตามหามานาน โค้กขวดอลู เหมือนฟ้าประทานในวันนี้ อิอิ รูปนี้ถ่ายหลังจากที่ผมซื้อโค้กไปแล้ว แล้วเรากลับมาถ่ายรูปกันใหม


ลานข้างล่างก่อนขึ้น Belfry


บอกแล้วว่าเป็นโรคแพ้จักรยาน เห็นที่ไหนเป็นต้องถ่าย รูปขวาก็เป็นลานตรงกลางก่อนขึ้น Belfry นั่นล่ะ


วิวที่มองลงไปจาก Belfry จะมองเห็น Market Square แล้วก็ลานสเก็ตน้ำแข็งที่อยู่ตรงกลาง


ทางขึ้น Belfry โคตรจะแคบเลยครับผม เดินสวนกันระยะเผาขนเลยนะ


บางช่วงขึ้นได้ทีละคน เพราะแคบมากๆ ขึ้นไปจะเห็นระบบระฆังดนตรีกลไกเหมือนใน Music Box เลย


นี่ก็อีกมุมนึง วิวบน Belfry มีบอกระยะทางด้วยว่าทิศไหนไปเมืองไหนไกลเท่าไร


ลูกลิงเป่ามือ บอกว่า..หนาววุ้ย


กว่าจะขึ้นมาถึง เล่นเอาเหนื่อยเลย บันได 366 ขั้นบน Belfry


ฝาท่อระบายน้ำเมือง Brugge อย่างเท่ห์เลย ฝาแบบนี้ที่ Superhero ในหนังชอบมุดขึ้นมุดลงกันใช่ป่ะ..


ตึกสวยๆในเมือง Brugge


นี่ก็ตึกสวยๆในเมือง Brugge


ช็อกโกแล็ต แบบนี้ก็มีให้เห็น ไม่ได้ขายในร้าน Sex Shop หรอกนะ ใครจะไปกินลงว่ะ


อาคารสีแดงที่เห็นนี้เป็น Post Office อยู่ตรง Market Square


ลานหินหน้า Market Square


ร้านเหล้าที่ผมแวะซื้อเบียร์แล้วอี้แก้วเบียร์กลับมานั่นเอง อิอิ


ลานสเก็ตน้ำแข็ง สุดท้ายก็ไม่ได้เล่นกัน


Red Bull มาไกลถึงนี่แน่ะ


เห้อเหนื่อยเว้ย กินเบียร์กระป๋องดีกว่า กระป๋องนี้ไม่เหมือน Heineken ของเมืองไทยนะ

กลับไปหน้าแปด