Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me


Day 7: December 27, 2008 Sat (Paris)

โรงแรม Holidays Inn ที่เราพักนั้น รวมอาหารเช้าด้วย แอบเห็นราคา Walk-in Rate ที่นี่ คืนละ 200 กว่ายูโร บ้าไปแร้น ห้องเท่ารูหนูเนี่ยนะ แต่มิเชลบอกเราว่าเค้าจองผ่าน Agency ราคาไม่บ้าระห่ำแบบนี้หรอก มื้อเช้าเรากินกันที่โรงแรม พวกเราแอบจิ๊กไข่ต้ม ขนมปัง แล้วก็โยเกริต ใส่กระเป๋าออกมาเผื่อหิวระหว่างเดินทางกันด้วย อิอิ นิสัยขี้ขโมยติดตัวกันมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เรามีแผนจะไปเที่ยวโบสถ์ Notre Dame, พิพิธภัณฑ์ Louve แล้วก็ถนนคนเดินช็อปปิ้ง ชองอิลิเซ่ ที่ที่เป็นที่หมายของใครหลายคนที่จะไปจกกระเป๋าหลุยส์ติงต๊องนั่นเอง

โบสถ์ Notre Dame สวยดีเข้าไปเดินเล่นในโบสถ์ แล้วก้อออกมา มิเชลบอกให้แวะกินกาแฟกันก่อนแล้วค่อยเดินต่อ (ไม่รู้มันเป็นธรรมเนียมของคนเบลเยี่ยมหรือป่าว เพราะเวลาไปไหนก้อจะแวะกินกาแฟ อยู่เรื่อยเลย เชื่อมั้ย กินกาแฟครั้งนึงไม่ต่ำกว่า สองสามพันบาทไทย เสียดายเจงๆ แต่มิเชลว่างัยก็ว่าตาม เพราะเจ๊น้อยเกรงใจเค้าน่าดู) พวกเราเลยทำทีเป็นไม่สั่งอะไรแต่เดินออกมาร้านข้างๆที่ขายของที่ระลึกกันแทน


อาหารเช้าที่โรงแรมของเราเอง


รถไฟ Paris หน้าตาแบบนี้ล่ะ


รูปซ้ายทางลงรถไฟใต้ดิน Metro รูปขวามีเลนจักรยานแต่ต้องขี่ในช่องรถบัสนะเอิ้กๆ ทำไมก็ไม่รู้ ขี่แล้วจะแบบหรือป่าวฟระนี่


ระหว่างเดินไป Notre Dame วิวสองข้างทางสวยมาก


นี่ก็แพ้หนุ่มในเครื่องแบบกันเป็นแถวๆ


ขอยืนยันว่าเลนจักรยานกะรถบัสใช้เลนเดียวกันเจงๆ ดูรูปซ้ายอีกรูปเป็นหลักฐาน
ส่วนรูปขวาป้ายบอกทางไป Notre Dame ไม่ผิดทางแน่ๆ


ถึงแล้วคร้าบบบ Notre Dame โบสถ์ที่มีชื่อเสียงของที่นี่


Notre Dame อลังการมั้ยครับ


ภายในโบสถ์ก้อประมาณนี้นะ คนเยอะมาก


ข้างในไม่ค่อยมีอะไรมาก ข้างนอกสวยกว่าเยอะ


ลิฟท์สำหรับลงไป Metro ที่ Notre Dame จริงๆเห็นมะ


เสร็จจาก Nortre Dame ก็เดินไปขึ้นรถไฟ จะไป Louvre ต่อ


ระหว่างทางมีร้านขายโปสการ์ด แล้วก็ magnet เยอะเลย


นี่ก็ร้านขายโปสการ์ดข้างทาง

หลังจากรอมิเชลกินกาแฟเสร็จ (ผมแอบสั่งเบียร์กินไปแก้วนึง อิอิ เลียนแบบพ่อของมิเชล ลูกลิงกินน้ำเปล่า สองแก้วนี่ปาเข้าไป ห้าร้อยบาทไทยแล้ว ห้วยแพงจิงวู้..) พวกเรานั่ง Metro มาลงใต้พิพิธภัณฑ์ Louve ที่เค้าว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ตั๋วค่าเข้าคนละ 9 ยูโร มากัน 8 คน เจ๊น้อยดันซื้อมา 9 ใบ เลยต้องเดินกลับไปเอาเงินคืน 1 ใบ ดีนะที่เค้าให้คืน ผมเป็นคนเสนอว่าเราแยกกันเดินเหอะ เพราะถ้าเดินด้วยกันคงดูได้ไม่กี่ห้องแน่ๆ พวกเราเห็นพ้องต้องกัน นัดเจอกันอีกทีตอนบ่ายสามโมง ผมไปกับลูกลิง เจ๊น้อยไปกับพี่แตนและนุ้ย ส่วนมิเชลไปกับพ่อแม่ของเค้า


จะไป Louvre กันแล้วครับ

ผมกะลูกลิงเดินไปดูรูป โมนาลิซ่า เป็นที่แรก คนเยอะมาก แล้วก็ไม่เข้าใจเล้ย ว่าทำไมเค้าถึงเอาที่กั้นมากั้นไม่ให้คนเข้าไปดูรูปโมนาลิซ่าแบบใกล้ๆ กั้นซะไกลโคตร เห็นโมนาลิซ่าเท่ามดตะนอย ขนาดใช้กล้องซูมเข้าไปยังได้ภาพเล็กๆ ผมเดินผ่านห้องแสดงภาพ ของ Picasso แล้วก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งลงไปดูห้องที่แสดงมัมมี่จากอียิปต์ สุดท้ายก็ไปจบที่รูปปั้นวีนัส (ที่เราคุ้นเคยจ้าซิปวีนัสนั่นเอง) ก่อนมาเจอกันที่ทางออกตอนสามโมงตรงพอดิบพอดี พิพิธภัณฑ์ Louve นี่ใหญ่จริงๆ ทำให้ผมคิดถึง พิพิธภัณฑ์ Smithsonian ที่อเมริกาที่เคยไปแบบวิ่งๆเดินๆ มาแล้ว เพราะถ้าเดินดูอย่างเดียวคงต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะได้ดูจนครบ


นี่งัยเจอแล้วทางไป Louvre


ซื้อตั๋วกันก่อนที่นี่ล่ะ


ถึงแล้วจ้า พิพิธภัณฑ์ Louvre


ดูฝ้าเพดานใน Louvre ซะก่อน วิจิตรขนาดไหน


รูปวาดงามเจงๆ


นี่งัยตามหามานาน เจอจนได้ รูปโมนาลิซ่าที่โด่งดังไปทั่วโลกกกกก


แอ่น แอน แอ๊น... โมนาลิซ่า ของแท้ (โปรดระวังของปลอม)


ดูดิ กันคนดูซะโคตรไกล เห็นโมนาลิซ่าเท่ามด


ป้ายบอกว่า เป็นฝีมือของ ลีโอนาโด้ ดาวินชี ไม่ใช่ ลีโอนาโด้ ดีคาปริโอ้ นะ


ห้องนี้แสดงภาพฝีมือปิกัสโซ่ ห้องทากำแพงสีแดงตัดกับภาพเขียน สวยมากๆ


งามๆทั้งนั้นเล้ย อยากได้สักรูปนึง


ภายใน Louvre คนเป็นหนอนเลย


มีมงกุฎให้ดูด้วยนะ ของแท้เลย


ของจากอียิปต


ลูกลิงนั่งพัก เท่ห์มะรูปนี้


กึ่งเดินกิ่งวิ่งเลยนะเนี่ย เวลาน้อยมาก


ขุดมาวางทั้งนั้น ทั้งหมดนี่มาจาก อียิปต์เลยนะ ของแท้ (ระวังของปลอม)


นี่ก็โลงศพของแท้ (ระวังของปลอม)


แล้วนี้ก้อศพ มัมมี่ของแท้ (ระวังของปลอม)


ดูกันจะจะ หลอนอ่ะ ดูผ้าที่เค้าพันมัมมี่สิ ตรงหน้านี่พันได้ปรานีตมาก


นี่ก็ส่วนที่ขุดเจอ กำแพงเมืองเก่าใต้พิพิธภัณฑ์ Louvre นั่นเอง


วิ่งจนเหนื่อย สุดท้ายก็ได้เจอรูปปั้นวีนัส เห็นรูปวีนัสในซิปวีนัสตั้งแต่เด็กๆ นี่ครับวีนัสตัวเป็นๆ


ลานตรงกลางของพิพิธภัณฑ์ Louvre คนเยอะจริงๆไม่ได้โม้


นี่ก็ขากลับออกมาจากพิพิธภัณฑ์ Louvre สถานี George V เท่ห์ดี ปูนเปลือยเลยวุ้ย


รูปซ้ายร้านหลุยส์ติงต๊องที่เจ๊น้อยตามหา ส่วนรูปขวาเป็นประตูชัยของเมืองปารีส

หลังจากนั้นก็นั่ง Metro ไปถนนชองอิลิเซ่ เจ๊น้อยได้กระเป๋าหลุยส์ติงต๊องสมใจ ใบละ 800 กว่ายูโร แต่ได้ Tax Refund คืนอีกประมาณ 100 กว่ายูโร ผมกับลูกลิงได้แต่เดินดูตาปริบๆไม่มีปัญญาซื้อหลุยส์ติงต๊อง เพราะราคามันติงต๊องจัดเลยอ่ะ พวกเราเดิน Shopping กันจนมิเชลต้องมาขอตัวพาพ่อกับแม่กลับโรงแรมไปก่อน ทิ้งพวกเราเดินกันจนฟ้ามืด เราแวะกินร้านอาหารจีนกันก่อนกลับ จานละ 7 ยูโร กินกัน 5 คนหมดไป 41 ยูโร มื้อนี้ถือว่าเป็นมื้อที่กินนอกบ้านที่ถูกที่สุดตั้งแต่เที่ยวมา ตกแค่สองพันกว่าบาทเอง กินแค่ข้าวตักราดนะเนี่ย...จึ๋ย.. ขากลับโรงแรมแวะร้าน Sex Shop อีกรอบพาเจ๊น้อยกับลูกลิงเข้ามาดู แฮ่ๆ.. บอกแล้วว่ามีแต่กระเจี้ยวก็ไม่เชื่อ ... 555

กลับไปวันที่หก
ภาย