Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me


Day 6: December 26, 2008 Fri (Bruges - Paris)

ตื่นตั้งแต่ตีห้า วันนี้พวกเราต้องขึ้นรถไฟเที่ยวเช้าสุดที่มาจาก Ostend เพื่อไปเจอมิเชลกันที่สถานี Brussels Zuid (สถานี Zuid หรือ South เนี่ย เป็นสถานีรถไฟใหญ่มาก มีรถไฟเพื่อต่อออกไปต่างประเทศจากสถานีนี้)เพื่อจะต่อ Speed Train เพื่อไปยัง Paris รถไฟขบวนที่มาจาก Ostend จะผ่านเมืองเราประมาณ 7 โมงเช้า พวกเราออกจากโรงแรมเพื่อเดินไปสถานีรถไฟตอนหกโมงครึ่ง ผมว่ามันไม่ทันแล้วล่ะ เลยต้องช่วยเจ๊น้อยแบกกระเป๋ากึ่งวิ่งกึ่งเดินไปจนถึงสถานีแบบเฉียดฉิวทันเวลา วันนี้เดินมาแบบทุลักทุเล แล้วก็เหนื่อยมาก เดินมาถึงหัวเปียกเลย หายหนาวเลยล่ะ ถ้าเดินธรรมดานี่ตกรถไฟแน่ๆเลย เพราะรถไฟที่นี่จะจอดแป็บเดียวและตรงเวลามากๆ คิดดูเราเดินมาถึงสถานีตอน 6.48 น แต่รถไฟจะออกเวลา 6.58 น มีเวลาซื้อตั่วแล้วก็ขึ้นไปรอรถไฟทันเวลาพอดี พี่แตนบอกเข็ดเลย ไม่เอาแล้ว Backpack มากะทัวร์สบายกว่าหลายขุม อิอิ ได้ออกกำลังกายกันทุกคน

พ่อกับแม่ของมิเชลก็จะไป Paris กับพวกเราด้วย และจะมากับเที่ยวขบวนรถไฟที่มาจาก Ostend นั่นล่ะ เราเจอกันบนขบวนรถไฟ รถไฟไปถึง Brussels Zuid ก็มองไม่เห็น มิเชลเลย ปรากฎว่า อย่างที่บอกสถานี Zuid นี้มันใหญ่มาก จุดที่เราเป็นลงเป็นคนละอาคารกับจุดที่มิเชลไปรอเพื่อขึ้นรถไฟไป Paris กว่าจะถึงบางอ้อ ก็จวนเจียนเวลารถไฟออก ค่าตั่วรถไฟแบบ Speed Train แบบไปกลับ ตกคนละ 143 ยูโร หรือประมาณ 7 พันกว่าบาท รถไฟวิ่งเร็วมาก 300 กม/ชม แต่เวลานั่งไม่รู้สึกว่ามันวิ่งเร็วเลยนะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดนิด ก็ถึง Paris แล้ว พอไปถึงมิเชลเดินไปซื้อตั๋วรถไฟใต้ดิน Subway แบบตั๋ว 3 วันเพื่อจะได้ประหยัด ตกคนละ 19.6 ยูโร นั่งกี่รอบก็ได้ภายในสามวันนับตั้งแต่ใช้ครั้งแรก ในปารีสนี้ เราจะเดินทางกันโดย Subway คนที่นี่เรียก Metro สะดวกและประหยัดที่สุด

เรานั่ง Metro มาลงหน้าโรงแรม Holiday Inn มิเชลจองไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จะบอกว่าข้างๆ โรงแรมมีร้าน Sex Shop ด้วยเดี๋ยวจะแวะดูเวลาเผลอ 555 พวกเรา Check in เอาของเก็บที่ห้อง แล้วออกมากินร้านอาหารจีนข้างๆ โรงแรม มื้อนี้แพงโขอยู่ กินกัน 9 คนเจ๊น้อยควักไป 230 ยูโร (แค่หมื่นกว่าบาทเอง จ๊ากก..) หลังจากนั้นพวกเราก็ลุยเมืองปารีสกัน นั่ง Metro ไปลงแถวๆ หอไอเฟล เดินผ่าน Military School แล้วก็ไปจบที่ห้างสรรพสินค้า Printemps ถูกใจขาช็อป .. เดินกันจนขาแกว่ง ก็ยังไม่เจอร้านหลุยส์วิตตอง ที่เจ๊น้อยอยากจะมาจกสักใบ


สถานีรถไฟที่ ปารีสครับ


นั่ง Metro เพื่อไป Check in กันที่โรงแรม


มองออกไปตอนรถไฟหยุด จะเห็นป้ายแบบนี้ แต่ละสถานีก็จะไม่เหมือนกัน


ลงจากรถไฟก็ลากกระเป๋ากันม่วนเลย


ถึงแล้วครับโรงแรมที่เรากำลังจะพักกัน


ห้องนอนและห้องน้ำ


นี่งัยร้านเอ็กซ์ๆที่ผมเล่าให้ฟัง มันอยู่ข้างโรงแรมเลยนะ


ร้านอาหารจีนที่เราฝากท้องกัน กินไปแค่หมื่นกว่าบาทเอง จิ๊บๆ


นี่ก็อีกบรรยากาศนึงในอุโมง Metro กำแพงโมเสดสีส้มสวยเลย


อยู่บน Metro มันวิ่งใต้ดินบ้าง บนดินบ้าง ลอยฟ้าบ้าง แล้วแต่สายนะ


ถึงแล้วหอไอเฟลลลลล เห็นในหนังสือตั้งแต่เด็กๆ วันนี้ได้มีโอกาสมาแล้ว ไชโย ไชโย ไชโย.... เวอร์ไปป่าวฟระนี่


รูปซ้ายเจ๊น้อยกำลังต่อพวงกุญแจกับพ่อค้าแร่พโย่ เพลินเลย ส่วนรูปขวาก็ลูกลิงท่องไอเฟลลลล


หอไอเฟลนี่มันก็ใหญ่เหมือนกันนะ แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นไปข้างบนหรอก เพราะมันหนาวมากๆในวันที่พวกเราไปถึง


เอาแล้ว..ขี้มูกไหลแล้วลูกลิง


เดินผ่าน Military School แบบเฉี่ยวๆ


ร้านกาแฟ โต๊ะเก้าอี้หลามออกมาข้างนอก เทศกิจไม่ว่าอะไรเลยรึ ฮึๆ


แวะจกกาแฟกันแก้เหนื่อย เป็นธรรมเนียมเค้ารึป่าวก็ไม่รู้ แต่กินกาแฟกันบ๊อยบ่อย..


แผงขายหนังสือข้างทางเหมือนกันทั่วโลก


นี่ก็ป้ายรถ Metro อีกสถานีนึง


หนัง Bollywood มาถึงนี่แน่ะ


ร้านขายขนมในห้างสรรพสินค้า เอาหมาเข้ามาได้ด้วย ดูดิ


ทางเดินในห้าง เห็นสวยดี เหมือน Johnie's Walker Keep Walking !!


พี่แตน ซื้อเกาลัดฝรั่งเศส อร่อยดีเหมือนกัน รสชาดไม่เหมือนเกาลัดของจีนนะ


ทางเข้าออก Metro แบบนี้ล่ะ ต้องสอดบัตรเวลาเข้าออก เหมือนของเมืองไทยป่ะ

หลังจากเดินกันจนฉ่ำอุรา ก็กลับมาหาร้านอาหารแถวโรงแรม มื้อนี้ พ่อแม่ของมิเชลขอเลย บอกว่าจะกินอาหาร European สงสัยแกคงไม่ชอบราดหน้าที่ผมทำ แล้วก้อไม่ชอบอาหารจีนที่กินกันเมื่อตอนกลางวันมั้ง มื้อเย็นนี้มิเชลเป็นคนจ่ายไปเลยไม่รู้ว่าเท่าไร แต่ไม่น่าแพงกว่ามื้อกลางวันที่เจ๊น้อยเป็นคนจ่ายแน่ๆ มิเชลเป็นคนสั่งอาหาร แล่กไม่ค่อยล่ายเลย สั่งอะไรมาก็ไม่รู้ มีแต่เนื้อวัวดิบๆ แดงแจ๋เลย มีขาหมูพอกินได้ แล้วก็เส้นสปาร์เก็ตตี้ ขาเดินกลับโรงแรม ผมแอบแวะดู Sex Shop ด้วย มันไม่เห็นมีไรมากเลย ทั้งร้านมีแต่กระเจี้ยวปลอม ดูพิลึกๆ ตั้งอยู่เต็มร้านเหมือนปลัดขิกแต่ดูไม่ขลัง 555 ของขำๆไม่มีเลย แต่ละอย่างดูเอาจริงเอาจังทั้งนั้นออกแนวโรคจิตซะมากกว่า เดินแป็บเดียวก็ออกมาแล้ว

 

กลับไปหน้าห้า