Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me


Day 5: December 25, 2008 Thurs (Bruges - Ostend)

หลับเพลินเลยเพราะเมื่อคืนมันเหนื่อยจัด เจ๊น้อยมาเคาะประตูห้องตอนแปดโมงกว่าๆ บอกว่า Hans เตรียมอาหารเช้าให้แล้ว รีบลงไปกินเร็วๆ หูย ง่วงซิกเป๋ง เดินลงไปกินอาหารเช้าทั้งชุดนอนเลย อาหารก็เหมือนเดิมอีกตามเคย แต่วันนี้มีผลไม้เพิ่มมาให้ด้วย เพราะวันก่อนบอก Hans ว่าแอบขโมยผลไม้ในครัวเค้าไปกินนะ เพราะพวกเราหิวมากวันก่อน แล้ว Hans ไม่อยู่ เลยแอบขโมยแอ๊ปเปิ้ล กับส้มมากินกัน วันนี้เค้าเลยเอามาให้กินอีกพร้อมอาหารเช้าเลย

วันนี้เราจะไปทำอาหารและฉลอง X’mas กันที่บ้านพ่อแม่ของมิเชล ซึ่งอยู่ที่เมือง Ostend อยู่ทางเหนือๆของ Belgium นั่นล่ะ ไม่ไกลเมืองที่เราอยู่มาก นั่งรถไปประมาณแค่ 20 นาทีก็ถึงแล้ว มิเชลเป็นคนขับรถมารับเราที่โรงแรมตอนเที่ยงๆ ผมกะลูกลิงแอบซื้อของขวัญมาให้เจ๊น้อย แล้วก้อให้มิเชล จากเมืองไทยด้วย ให้เจ๊น้อยเป็นชุดนอน ส่วนของมิเชลเป็นกระเป๋าสตางค์หนังกับพวกกุญแจหนังเข้าชุดกัน

พวกเรามาถึงบ้านพ่อแม่ของมิเชลตอนบ่ายกว่าๆ วันนี้ผมก็เป็นพ่อครัวจำเป็นอีกตามเคย เราจะทำราดหน้ากินกัน (ผมหมักหมูเอาไว้ตอนอยู่ Brussels ตั้งแต่วันก่อนแล้วล่ะ) ธรรมเนียมของที่นี่ เค้าจะเสริฟอาหารกันเป็นชุดๆ เริ่มจากออร์เดิฟเรียกน้ำย่อยก่อน เป็นผลไม้เสียบไม้กับชีส ขนมปังทาตับเป็ด (ที่นี่เคยมีการประท้วงเรื่องการเอาตับเป็ดมาทำเป็นอาหารจากพวกอนุรักษ์สัตว์ว่าเป็นการทรมานมัน เพราะเค้าจะให้เป็ดกินอะไรก็ไม่รู้จนตับมันโตมากๆ แล้วค่อยฆ่ามันเอาตับมากิน) แล้วก็มีขนมปังไข่ปลาคาเวียร์ หลังจากออร์เดิฟก็เริ่มด้วยชุดอาหารชุดแรกเตรียมโดยแม่ของมิเชล เป็นลูกชิ้นเนื้อผสมหมู ในซุปข้น กินกับขนมปัง กินเสร็จ ก้อต่อด้วยอาหารชุดที่สอง เป็น Seafood มีกุ้งคล้ายๆ Lobster แต่ย่อส่วนลงมา อร่อยมากเนื้อหวาน ผมว่าอร่อยกว่า Lobster เสียอีก เพราะส่วนตัวไม่ชอบเนื้อ Lobster เลย มันแข็งๆ แล้วก็มีหอยลวก คล้ายๆหอยหวาน หรือหอยน้ำลึกบ้านเรา มีปลา Salmon แล้วก็ปลาอะไรก็ไม่รู้ แม่มิเชลบอกว่าเป็นปลามาจาก North Sea เนื้ออร่อยดีเหมือนกัน แล้วก็มี แอ๊ปเปิ้ลวางด้วยไก่ Turkey เป็นอาหารจานที่เค้าต้องมีในวันคริสต์มาส เสร็จยกแรกพวกเราก็เริ่มทำความสะอาดจานชามกัน เพื่อเตรียมทำราดหน้า โชว์อาหารไทยบ้าง ราดหน้าที่ผมทำในวันนี้ ผมว่ามันยังอร่อยไม่ได้ดังใจเลยอ่ะ ปรกติทำได้อร่อยกว่านี้จริงๆ แต่วันนี้มันทำแบบเกร็งๆกลัวจะไม่อร่อย มันเลยไม่ค่อยอร่อยเท่าไร 555 หลังจากเสร็จจากกินอาหาร เราก็ทำการแลกของขวัญวันคริสต์มาสกัน เจ๊น้อยซื้อผ้ารองจานจาก Jim Thomson จากเมืองไทย ให้พ่อแม่ของมิเชล พ่อแม่มิเชลซื้อช็อคโกแล็ตให้พวกเราคนละกล่อง ส่วนของผมเค้าซื้อเป็นเบียร์เบลเยี่ยมขวดใหญ่ให้ หลังจากนั้นก็กินเค้กกัน เป็นเค้กที่ซื้อมาไม่ได้ทำกันเอง อร่อยดี


นี่ยังครับ บ้านสวยมั้ย ผมชอบห้องนี้มากเลย เป็นห้องกระจกแสงรอดลงมาได้


จะเรียกอะไรดี ผลไม้เสียบชีส ออกแนวยูโรเปียนสุดๆ


ไข่ปลาคาร์เวียร์ ตับเป็ดด้วย เปิปกันสนุกสนาน


ลูกลิงกับพี่แตนลองกินตับเป็ด กินเสร็จแล้วจะเป็นดำตับเป็ดมั้ยเนี่ย อิอิ


มิเชลเสริฟจานแรกซุปข้น อร่อยดี


นี่งัยกุ้งที่เล่าให้ฟัง


จานซ้ายเป็นอาหารประจำวันคริสมาส จานขวาเป็น seafood มีปลา มีหอย


หลังจากนั้นก็แลกของขวัญกัน


ผมซื้อชุดนอนให้เจ๊น้อยด้วย รูปขวานุ้ยกำลังขูด Lotto ที่มิเชลซื้อให้ ได้รางวัล 5 ยูโรด้วย


มิเชลกำลังชี้ให้แม่เค้าดูว่า ประเทศไทยอยู๋ตรงไหนของโลก


ถ่ายหมู่กันครับ

วันนี้แม่มิเชลเป็นคนขับรถมาส่งพวกเราที่ Brugge เพราะมิเชลจะได้ขับรถกลับ Brussels เลยไม่ต้องขับสองรอบ มาถึงโรงแรมประมาณทุ่มกว่าๆ เจ๊น้อยกับพี่แตนก็เข้าห้อง ส่วนผมกับลูกลิงก็แอบไปเดินที่ Market Square เพราะลูกลิงอยากรู้ว่าจะมีอะไรมั้ยในคืนวันคริสต์มาสใน Market Square วันนี้อุณหภูมิหนาวมากเพราะมีลมเย็นเยือกพัดแรง เดินไปถึง Market Square ก้อมีร้านค้าคนเยอะเหมือนกัน ลูกลิงอยากเล่นสเก็ตน้ำแข็งมาก แต่ผมไม่อยากเล่นบอกว่าไว้มาเล่นวันหลังดีกว่า เพราะมันหนาวโคตรๆ เล่นไม่ไหววันนี้ เราเลยไปซื้อ sausage มากินกัน 1 อัน อันละ 1 ยูโร ไม่อร่อยเลย มันเหมือนใส้กรอกธรรมดาๆในบ้านเรานี่ล่ะ แล้วก็ซื้อเบียร์สดกิน แก้วละ 3 ยูโร ถ้าเอาแก้วกลับไปคืนจะได้คืนกลับมา 1 ยูโร ผมเล็งไว้ว่าเดี๋ยววันหลังจะมากินใหม่แล้วเอาแก้วกลับเมืองไทย ไม่เอา 1 ยูโร เพราะแก้วเบียร์มันสวยดี คล้ายแก้วไวน์ คุ้มค่ากับ 1 ยูโรมากๆเลย ถูกกว่า Magnet เสียอีก อิอิ ฝากไว้ก่อน เดี๋ยวจะกลับมาเอาวันหลัง วันนี้ขอซดแต่เบียร์ก่อนดีกว่า โย่วๆ


นี่ก็ร้านขายใส้กรอกที่ผมกับลูกลิงไปซื้อมากิน

พรุ่งนี้พวกเราจะไปฝรั่งเศสกัน ผมกับลูกลิงกลับมาจัดกระเป๋า เราเอากระเป๋ากันไปใบเดียว ที่เหลือทิ้งไว้ที่ Brugge นั่นล่ะ เพราะจะไปนอนฝรั่งเศสกันแค่ 2 คืน ตัดสินใจเอาเป้ใบเล็กยี่ห้อ Jack Wolfskin ที่ซื้อมาจากเวียดนามไปใบเดียวเพราะเป็นของแท้ ส่วนเป้ของผม Deuter ที่ซื้อมาจากประตูน้ำไม่กล้าเอาไปฝรั่งเศสด้วยเพราะเป็นของปลอมแท้ๆ แฮ่ๆๆ เดี๋ยวโดนจับเอาซวยเลย เค้าว่าที่โน่นมันตรวจด้วย ใครเอาของปลอมไปใส่สุ่มสี่สุ่มห้าโดนปรับหมดตูดเอาได้เลยนะ

กลับไปวันที่สี่