Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me


Day 4: December 24, 2008 Wed (Bruges - Gant - Brussels)

ตื่นตั้งแต่ 7 โมงเช้ากินอาหารเช้าเหมือนเดิมที่ Hans เตรียมให้แล้วเดินมาขึ้นรถไฟที่สถานีเหมือนเดิม แต่วันนี้เราจะไปเที่ยวเมือง Gant กันแล้วก็จะไป Brussels กันเพราะคืนนี้เป็นคืน X’mas Eve มิเชลจะพาไปดูว่าเค้าทำไรกันในโบสถ์ เราซื้อตั๋วรถไฟไป Gant เที่ยวเดียว เพราะคืนนี้มิเชลจะขับรถกลับมาส่งที่ Brugge ค่าตั๋วรถไฟไป Gant คนละ 5.60 ยูโร นั่งรถไฟมาเมือง Gant ใช้เวลาแค่ 30 นาที เพราะมันอยู่ตรงกลางระหว่างเมือง Brugge กับ Brussels รถไฟมาถึงเมือง Gant ตอนประมาณเกือบ 11 โมงมาลงสถานีก็เจอพี่คนไทยใจดี ที่ไปทำงานอยู่ที่นั่น 5 ปีแล้ว แกดีใจใหญ่ที่ได้เจอพวกเรา


นี่ก็ช่องซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟ ซื้อทุกวันจนจะรู้จักคนขายช่องแรกอยู่แล้วนะเนี่ย


จากตรงที่ซื้อตั๋ว ขึ้นบันไดมาก็เป็น Platform ของรถไฟอย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ


รถไฟก็สวยสะอาดเช่นเคย รูปขวาเจ๊คนข้างหลังสงสัยอยากถ่ายรูปด้วย มองจังงงงงง


ถึงแล้วครับเมือง Gant หน้าสถานีมีคนเล่นแอคคอร์เดียนด้วย


นี่ก็พี่คนไทยที่เล่าให้ฟัง แกบอกเราว่ามี card โทรศัพท์แบบถูกโทรไปเมืองไทยนาทีละไม่กี่บาท
พี่แกก็บอกอีกว่า ตรงตึกโน้นเดินไปอีกสองร้อยเมตร มีร้านขายอยู่ ให้ไปซื้อที่นั่น รถไฟแกก็จะออกอยู่มะรอมมะร่อ
แกยังจะอุตสาห์อาสาพาเราไปที่ร้าน แต่เราบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวไปหาเอง พี่จะตกรถไฟเอาซะปล่าวๆ พี่แกใจดีจริงๆ

มิเชลพาเราเดินในเมือง Gant เดินไป Museum, Belfry ปรากฎว่าปิดหมดอีกแล้ว นี่ขนาดไม่ใช่วันจันทร์นะ แต่เค้าปิดเพราะว่ามันเป็นช่วง X’mas มิเชลโมโหใหญ่เลย เพราะว่าจริงๆแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงท่องเที่ยวแต่ดันมาปิดสถานที่ท่องเที่ยว เค้าบอก เดี๋ยวเค้าจะเขียนใบร้องเรียนว่าทำไมปิดสถานที่ท่องเที่ยวหมดแบบนี้ สรุปมานี่ยังไม่ได้เข้าไปเที่ยวเลยนะเนี่ย ไปไหนก็ปิดหมดซวยเจงๆ.... ได้แต่เดินเข้าร้าน Shopping เซ็งเป็ด วันนี้เจ๊น้อยช๊อป ได้รองเท้าบู๊ทมาหนึ่งคู่ เท่ห์ซ้า....... ลืมเล่าไปตอนเช้าเห็นร้านขายโค้กมันมีโค้กชุด 6 กระป๋องลาย Happiness The Movies มี 6 ลาย อยากได้มาก มันขายกระป๋องละ 2 ยูโร แพงแล้วก็ถือไม่ไหว เลยซื้อมาแค่ 2 ลาย เดินเล่นจนเหนื่อย ก็เข้ามาพักกินกาแฟ และเข้าห้องน้ำ เหลือบไปเห็นฝรั่งนั่งกินโค้ก อีกลายนึงอยู่ อูยอยากได้วุ้ย เดี๋ยวรอมันกินเสร็จเราค่อยแฮ๊บ กระป๋องมันดีกว่า อิอิ แผนนี้ประหยัดและเบาด้วย นั่งรอไปเกือบครึ่ง ชม จนพวกเรากินกาแฟและเข้าห้องน้ำกันเสร็จแล้ว มิเชลบอกว่าไปกันได้แล้ว เอาล่ะสิ ฝรั่งมันยังไม่ยอมกินโค้กให้หมดเลย เลยบอกมิเชลว่า เจ๊น้อยรองเท้ากัด นั่งต่ออีกนิดน่า.. และแล้วเวลาผ่านไปสองนาที ฝรั่งสองคนนั้นก็ลุกออกจากโต๊ะพร้อมถือกระป๋องโค้กกลับไปด้วย ฮ้วย.. ตูเซ็งเป็ดอีกรอบ อดแด๊กเลย...


นี่ล่ะครับ หน้าตาตึกในเมือง Gant (ตึกนี้เป็น museum) ปิดอีกตามเคยเลยไม่ได้เข้าไปเที่ยว


นี่ก็ Belfry ของเมือง Gant ปิดอีกเช่นเคย


ตู้ไปรษณีย์เก่าโบราณสวยดีสีแดงดูขลังมาก เจ๊น้อยเลยลองส่งไปรษณีย์มาเมืองไทย จนป่านนี้ยังไม่ถึงเลยห้วย..


ร้านมินิซูปเปอร์ ขายเบียร์นานาชนิด


รถ Tram วิ่งกันให้ขวัก


ซื้อขนมกิน มันจะคล้ายๆ ไข่นกกะทาทอด เป็นแป้งกลมๆ โรยน้ำตาลไอซิ่งอร่อยดีเหมือนกัน


เผื่อแผ่ให้นกพิราบด้วยครับ


นี่ก็กระป๋องโค้กที่เล่าให้ฟัง ขณะนั่งรอฝรั่งที่นั่งอยู่ข้างหลังเจ๊น้อยกับลูกลิง


อีกมุมนึงของ Belfry


ร้านช๊อคโกแล็ตอีกแล้วครับ มีหลากหลายมากๆ ร้านนี้ชื่อ Leonidas มิเชลบอกว่าร้านนี้ดี ซื้อได้ผมเลยได้มาสี่กล่อง


เห็นแล้วน้ำยายไย๋ย


บรรยากาศในร้าน Leonidas


รถ Tram วิ่งผ่ากลางถนนช็อปปิ้งเลยนะเนี่ย เดินเพลินๆ รถไฟชนได้นะเนี่ย


นี่ก็ Paint ตึก สีสวยงาม


ร้านกาแฟที่เราแวะนั่งกินเบียร์กัน

ตกเย็นก็นั่งรถมิเชลมาที่ Brussels แวะที่คาร์ฟูเพื่อซื้อของไปทำแกงส้มกินกันที่บ้านมิเชล เลยได้มีโอกาสแวะดูกระป๋องโค้กเป้าหมายที่ไอ้ป๋องส่งรูปมาให้ดูก่อนมาเบลเยี่ยม ว่าต้องซื้อมาให้ได้นะ เป็นขวดอลูมิเนียมรูป Santa สวยมาก นี่ตั้งแต่มายังไม่เห็นสักขวดเลย วันนั้นเห็นมันโฆษณาในโทรทัศน์ด้วย แต่ฟังไม่ออกเป็นภาษาดัชท์ มาดูที่คาร์ฟูก็ไม่เห็นมี ถอดใจแล้วนะเนี่ย

มาถึงบ้านมิเชลก็เริ่มปฎิบัติการพ่อครัวอีก ผมเป็นคนทำแกงส้มอีกแร้ว มาเที่ยวนี้ได้เป็นพ่อครัวตลอดเลยวุ้ย พริกแกงส้มขนมาจากเมืองไทย อร่อยมากเจ้านี้ วันนี้เราทำ แกงส้ม ผัดถั่วลันเตา แล้วก็ปลาทอด ปลาก็ซื้อมาจากคาร์ฟูนั่นล่ะ แต่รสชาดเนื้อปลาไม่ได้เรื่องเลย จืดๆ สู้ปลาเมืองไทยไม่ได้เลย ขอบอก..แกงส้มอร่อยสุดๆ ฮึๆๆ ฝีมือใครว้า...

กินเสร็จพวกเราก้อต้องนอนรอกัน เพราะกว่าจะได้ไปโบสถ์กันก็ประมาณห้าทุ่ม เพราะเค้าจะเริ่มพิธีกันตอนช่วงเวลานั้น ช่วงนอนรอ ลูกลิงบอกว่าผมกะเจ๊น้อยกรนแข่งกันดังสนั่น จนมิเชลต้องลุกมาเล่นคอม เพราะนอนไม่หลับ 555 น่าฉงฉ๋าน

โบสถ์นี้เป็นโบสถ์ใหญ่อยู่ใน Downtown ของเมือง Brussels ตอนไปถึงคนเกือบเต็มโบสถ์แล้ว เลยได้ที่นั่งไม่ค่อยดี เสามันบังมองไม่ค่อยเห็นเท่าไรเลย แถมคนที่ในโบสถ์บอกว่าห้ามถ่ายรูปอีก ผมก็พยักหน้าตอบรับ ฮึๆ แล้วกดถ่ายไปหลายรูปอยู่ แฮ่ะๆๆ

พิธีในโบสถ์ช่วงแรกก็มีเล่นเพลงใช้ Organ ประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นก็เป็นพิธีทางศาสนา มีร้องประสานเสียงแล้วก็มี Conductor ด้วยนะ แต่เพลงในโบสถ์ไม่เห็นมันส์เหมือนในหนังเรื่อง Sister Act เลยนะ บาตรหลวงสั่งให้นั่งๆลุกๆ ลุกๆนั่งๆ นั่งๆยืนๆ ฟังคำสวดจนง่วงได้ที่ ผมเลยเดินออกไปดูอะไรเรื่อยเปื่อยภายในโบสถ์นั่นล่ะ โบสถ์นี่สวยมากเลยครับ ดูแล้วขลังสุดๆ มาถึงตอนนี้เหลือบมองดูกล้อง โหย..ตั้งแต่มาถ่ายรูปไปแล้วเกือบ 8 GB เยอะมากนี่แค่วันที่ 4 ของการเดินทางเองนะเนี่ย ตอนก่อนที่เค้าจะเริ่มพิธิ มีสังฆราชเดินผ่านแกว่งกำยานหน้าแถวที่พวกเรานั่งกันด้วยระยะประชิดเลย เค้าถ่ายทอดออกโทรทัศน์ท้องถิ่นด้วย ลูกลิงบอกว่ารู้สึกเหมือนอยู่ในฉากหนังเรื่อง Harry Potter เลย (วันรุ่งขึ้นดูทีวี ไม่ยักกะเห็นพวกเราในทีวีเลย) เที่ยงคืนพอดีเลย... โอ้ย ยืนอีกแล้วหรอนี่... นั่งไปเรื่อยๆ มีคนถือกระป๋องมาเรี่ยรายเงินทำบุญด้วย เลยใส่กระป๋องไป 0.50 ยูโร ชอบตรงที่พอเสร็จพิธีปุ๊ป คนที่นั่งอยู่ทั้งหมด ก็หันซ้ายหันขวา มาจับมือกันแล้วก็พูด Merry X’Mas เท่ห์จริงๆ


นี่งัยโบสถ์ที่เราไปกัน ใหญ่สุดใน Brussels แล้ว


คนแน่นเลย ดันได้ที่นั่งติดเสาอีกถ่ายรูปไม่ถนัดเลย


คนเยอะจนมีส่วนนึงต้องนั่งกับพื้นเลยนะ


ได้มุมแล้ว ยิงตรงๆสักรูป อิอิ

กว่าจะกลับจากออกมาจากโบสถ์ก็ปาเข้าไป ตีหนึ่งครึ่งแล้ว มิเชลต้องขับรถไปส่งพวกเราที่ Brugge อีก มิเชลขับรถเร็วมาก เหลือบไปเห็นหน้าปัดวัดความเร็ว มันประมาณ 165 กม/ชม หูย ถ้ารถมีปีกนี่มันคงบินได้เลยนะเนี่ย ผมนั่งตาค้างมาตลอดทางเพราะมันเร็วมากจริงๆ มาถึง Brugge ก้อตีสองกว่าๆ หลับแบบไม่อาบน้ำเลยคืนนี้

 

กลับไปวันที่สาม