Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me


Day 3: December 23, 2008 Tue (Bruges - Brussels)

ผมดูแผนที่แล้วเห็นว่าสถานีรถไฟ ไม่ไกลจากโรงแรมพวกเราเลย เลยชวนให้เดินไปดีกว่า แถวหน้า โรงแรมหารถแท๊กซี่ยาก พวกเราเลยเดินไปขึ้นรถไฟกัน ลำบากก็ตรงอากาศนั่นล่ะ เพราะมันหนาวเยือกๆเลย กว่าจะเดินถึงหน้าชา หูชาไปหมด ตอนซื้อตั๋วผมก็บอกว่าคนขายตั๋วว่าจะไปลงสถานี North คนละเท่าไร เจ๊น้อยแย้งออกมาเสียงดังว่า เฮ้ย มิเชลให้ไป South นะ เอ้า...ก้อเมื่อวานผมเพิ่งคุยกะมิเชล ทำผมเสีย self หมดเลย แต่ผมมั่นใจว่า มิเชลบอกให้ลง North แน่ๆ เลยบอกว่าเอาตามผมนี่ล่ะ เดี๋ยวถึงเอง โชคดีที่พวกเราไปตอนช่วงเวลา X’mas ค่าตั๋วรถไฟแบบไป-กลับถูกมาก คนละ 8 ยูโร ใช้ได้วันต่อวัน ปรกติที่เค้าขายกัน ไปเที่ยวเดียวนี่ 11.60 ยูโรเลยนะ รถไฟที่นี่ดีมากๆ ต่างจากรถไฟบ้านเราโดนสิ้นเชิง รถไฟที่พวกเราไปไม่ระบุที่นั่ง พวกเราก็เลยเลือกนั่งเอาตามสะดวก แต่ปรากฎว่า ตอนคนตรวจตั๋วมาตรวจตั๋วเราแล้วเค้าบอกว่า นี่มันตั๋วชั้นประหยัดนะ แล้วที่พวกยูนั่งกันอยู่นี่เป็นตู้วีไอพี แป่ววว เค้าให้เราย้ายตู้ทันที แต่จริงๆที่นั่งชั้นประหยัดนี่ก้อดีโคตรๆอยู่แล้วล่ะ เราก็เลยนั่งไหนก็ได้เหมือนกันอยู่แล้ว รถไฟใช้เวลา 1 ชั่วโมงพอดี ก็มาถึง Brussels Nord รอแป็บนึงมิเชลก็มา เห็นมั้ยบอกแล้วว่ามัน Nord ไม่ใช่ Zuid


พวกเราแวะซื้อขนมปังก่อนขึ้นรถไฟกัน ร้าน Panos


นี่งัยรถไฟบ้านเค้า สวยสะอาดจริงๆ

มิเชลพาเรามาเที่ยว Museum ค่อนข้างใหญ่เลยล่ะ เดินไม่ทั่ว เลยเลือกเดินส่วนที่เป็น National Treasures แค่นั้นก็หมดเวลาแล้ว เสียค่าเข้า คนละ 5 ยูโร จากนั้นก็มาถ่ายรูปตรงประตูชัย มิเชลบอกว่า การก่อสร้างของที่นี่ในสมัยก่อน ยังไม่มีความรู้มากเรื่องวิศวะ อย่างประตูชัยอันนี้ เคยถล่มลงมาแล้วครั้งนึง ที่เห็นอยู่นี่ ทำใหม่บรุณะขึ้นมาจากซากอันเก่า เป็นประตูใหญ่มากๆ วันนี้เรากินข้าวเที่ยวกันที่ Museum นั่นล่ะ เป็นอาหารยูโรเปียน ฟาดไปทั้งสิ้น 102 ยูโร โอ้แม่เจ้า... มื้อเดียวปาเข้าไปอีก ห้าพันกว่าบาท มีแค่สปาเก็ตตี้เนี่ยนะ แพงจ๊าดดดด วันนี้ได้ลองชิม เบียร์ดำ ของเบลเยี่ยมด้วย อร่อยดี


ภายในพิพิธภัณฑ์ของเมือง Brussels รูปซ้ายเป็นกระจกหน้าต่างโมเสดสีสวยดี


หลังจากลูกลิงกางแขนถ่ายรูปทางซ้ายมือนี่ สัญญาณกันขโมยก็ดังลั่นห้องเลย เจ้าหน้าที่วิ่งมาถามว่า ยูไปโดนอะไรในห้องนี้หรือป่าว
ก็ไม่ได้โดนอะไรของมันนี่หว่า สรุปคงเป็น False Alarm มั้งง่ะ


เดินเล่นภายในพิพิธภัณฑ์


รองเท้าโบราณคู่นี้ใหญ่มาก เป็นต้นแบบของรองเท้าไนกี้ในปัจจุบัน เอ้ย..ไม่ใช่


รูปทางขวาก็เป็นตุ๊กตาหิน อะไรสักอย่าง คาดว่าคนญี่ปุ่นมาเห็นแล้วแอบเอาไปทำเป็นต้นแบบของ ทามาก๊อดจิ มั้ง..


โทเท็ม เสาแบบนี้มีให้เห็นใน Canada เพียบเลย ทำไมมาโผล่ที่เบลเยี่ยมหว่า เง็งๆ


นี่ก็ร้านอาหารในพิพิธภัณฑ์ที่เรากินกันเป็นมื้อกลางวัน แพงซิกๆ


รูปซ้ายเป็นพิพิธภัณฑ์ของ Brussels ที่เรามาเที่ยวกัน ส่วนรูปขวาเป็นประตูชัยน่ะ


หลายๆมุมของประตูชัย เคยถล่มลงมาแล้วนะนี่ ที่เห็นนี่เป็น second version น่ะ


ประตูชัยแบบมีคนหล่อๆสวยๆ ยืนอยู่ด้วย อิอิ

กินเสร็จมิเชลก็พาพวกเราไปดูถนนคนเดิน ที่เป็นแหล่ง Shopping กัน แล้วก็ไปตรงสัญลักษณ์ประเทศเค้าที่เป็นรูปปั้นเด็กยืนฉี่ (Pissing Boy) คนเบลเยี่ยมเป็นคนที่มีอารมย์ขันอยู่ในสายเลือด ขนาดรูปสัญลักษณ์ของประเทศยังเลือกเป็นรูปเด็กฉี่เลย ไม่มาที่นี่เหมือนมาไม่ถึงเบลเยี่ยม ช่วงเวลาที่ไปรูปปั้นเค้าเอาชุด Santa มาใส่ให้รูปปั๊นด้วย เลยมองไม่เห็นเลย มีแค่จู๋เล็กๆ ยื่นออกมาพ่นน้ำ แฮ่ๆๆ.. ร้านค้าแถวนั้นน่ารักดี มีร้านช็อคโกแล็ต Godiva อยู่ตรงตึกหัวมุมข้างๆ รูปปั้นเด็กฉี่ แต่ไม่ได้ซื้อมาหรอก เพราะยี่ห้อนี้มันมีขายทั่วโลก อยากได้แบบ Homemade มากกว่า


ใครว่าคนที่นี่มือไม่บอน ดูกำแพงดิ ดุเชียว


ถังขยะแบบประเทศที่พัฒนาแล้ว สุดยอด แต่ก็ยังแพ้ประเทศเรา อิอิ พวกซาเล้งแยกได้เจ๋งกว่าหลายเท่านัก อิอิ


การ paint สีบนกำแพงตึกเป็นอีกอันนึงที่ คนที่นี่ทำกันมาก สวยดีนะ


นี่งัยแยกที่ทุกคนต้องมา แยกเด็กเยี่ยวววว...


เห็นมั้ยว่าเด็กเยี่ยวอยู่ตรงไหนในรูปนี้ อิอิ


ร้านขายของที่ระลึก เยอะแยะไปหมด


ดูน่ากินมาก เลยซื้อมากิน แต่ขอบอกว่ามันไม่อร่อยเอาซะเล้ย


ดูท่าเจ๊น้อยก่อนกิน หื่นมากๆ ท่านผู้ชม


ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกครับ


ซ้ายเป็นคนมาแต่งเป็น รูปปั้นแวนโก๊ะ เข้าไปถ่ายรูปนิดเดียว มันบอกว่าเอามา 2 เหรียญ ไม่ให้มีชกแน่เลย ดุมากๆ
ส่วนรูปขวาลูกลิงถ่ายกับตู้ไปรษณีย์สีเขียว เห็นมั้ยว่าคนเค้าก็มือบอนไม่ใช่เล่น เอาซะตู้เยินเลย

เดินเล่นในเมือง มาหยุดอยู่ตรงลาน Square อันนึงสวยดี แต่ก่อนที่นี่เป็นสมาคมคนขายขนมปัง สมาคมคนหมักเบียร์ แล้วก็เป็น City Hall ในสมัยก่อนโน้น ย่านนี้เมื่อก่อนเป็นย่านที่คนรวยอยู่กัน ปัจจุบันตึกพวกนี้เอามาทำเป็นร้านค้า ร้านอาหารหมดแล้ว สวยดี คนเยอะมาก


บรรยากาศโดยทั่วไป ในเมือง Brussels


นี่ก็เป็นลาน Square ที่บอก คนเดินกันขวักไขว่ มีต้นคริสมาสต้นใหญ่อยู่กลางลานเลย


อีกมุมนึงของลาน มีคนมาขายรูปวาดด้วย


ร้านขายรูปวาดอีกร้านนึงอยู่กลางลานเลย


พวกเราเริงร่าหน้ากล้อง


สวยมั้ย รูปขวานั่งพักเหนื่อย เดินจนเมื่อยเลย


รูปซ้าย คุณลงร้านขายของที่ระลึก เห็นมั้ยว่าผมซื้ออะไรมาบ้าง วางอยู่บนโต๊ะคุณลุงนั่นล่ะ
ส่วนรูปขวา ก็เป็นศิลปินข้างถนน เล่นเพลง Classic เลยนะ มี Double Bass ด้วย เพราะดี


ย่านช๊อปปิ้ง รูปขวาถ่ายผ่านกระจกหน้าร้านขายช็อคโกแล็ต น่ากินเนอะ


ดูสิว่า ธุรกิจ Chocolate มันรุ่งเรืองขนาดไหน มีเป็นร้อยชนิดให้เลือกซื้อกันเลย


อะไรก็ไม่รู้ แมวป่ะนี่

วันนี้จะทำอาหารกินกันอีกแล้วที่บ้านมิเชล เราเลยแวะไปที่ร้านขายของไทย เพื่อซื้อของมาทำกินกัน วันนี้เราจะทำผัดกระเพราหมูสับ กับไข่ดาว ผมก็เป็นพ่อครัวอีกตามเคย อร่อยจริงๆขอบอก ลูกลิงเป็นคนเตรียมเครื่อง นอกนั้นเป็นคนดูให้กำลังใจ ผ่านมื้อแสนอร่อยไปอีกมื้อ อิอิ


นี่ก็ Supermarket ร้านไทยนี่เอง ของไทยๆเพียบ ครกยังมีขายเลยนะ


แคชเชียร์ก็เป็นคนไทย ดูรูปขวาดิ คู่สร้างคู่สม เล่มใหม่ยังมีขายอ่ะ


กระจกหน้าร้านขายเนื้อสัตว์ Paint น่ารักดี

พวกเราขึ้นรถไฟกลับไป Brugges ตอนเกือบสี่ทุ่ม ง่วงมาก ปวดหลังด้วย เพราะสะพายกระเป๋ากล้องใบใหญ่ทั้งวันเลย มาถึง Brugges ตอนสี่ทุ่มกว่าๆ พี่แตนบอกว่าเรียกแท๊กซี่เหอะ ไม่เดินแล้ว เมื่อยกันน่าดู สรุปพวกเราเลยนั่งรถแท๊กซี่จากสถานรถไฟไปโรงแรม หมดไป 10 ยูโร คราวนี้ไม่เสียค่าโง่แล้ว แฮ่ๆ

เออลืมเล่า ตอนไปแวะกินกาแฟตอนเย็น อยากจะอี้แก้วโค้กมาจริงๆ แต่เกรงใจมิเชล แก้วสวยมาก เป็นแก้ว Contour ของโค้กลายนูน สวยๆๆๆ อยากได้ มีแก้ว Sprite ด้วย สรุปไม่กล้าเพราะกลัวมิเชลว่าเอา เสียดายฉิบบบ..


นี่งัยร้านกาแฟที่บอก A la mort เป็นร้านกาแฟเก่าแก่ของที่นี่ ประมาณ ออน ล็อก หยุ่น ของเมืองไทยเลย
รูปขวาเป็นบรรยากาศภายในร้านกาแฟนี้ เป็นโต๊ะยาวๆ นั่งต่อๆกันไป


นี่ก็แก้วโค้กกับสไปร์ท ที่อยากจะอี้มากๆ สุดท้ายก็ใจไม่ถึง 555
รูปขวาแอบถ่าย โต๊ะข้างๆ ไม่มีไร แค่อิจฉาคนแฟนสวย

กลับไปหน้าสอง