Home | DigiShot | Finger Dance | DigiBook | Watercolor Portfolio | Money Goes BZ | Resumé | Bout' Me


Day 2: December 22, 2008 Monday (Brugge)

วันนี้ Hans ทำอาหารเช้าให้กินด้วย จริงๆ ก้อเป็นพวกขนมปัง แฮม น้ำส้ม ตามสไตล์ยุโรปนั่นล่ะ พวกเรากินเสร็จก็จิ๊กใส่ถุงเอาไว้กันหิวอีก แฮ่ๆ ในห้องอาหารมีเปียโนตั้งอยู่ด้วย ผมก็ลองไปเล่นๆดู Hans เดินออกมาบอกผมว่า เปียโนมันยังไม่ได้จูนมาเป็นปีแล้วเสียงมันเพี้ยนๆ เอ...หรือว่าตูเล่นเพี้ยนฟระนี่ วันนี้เป็นวันที่มิเชลจะพาพวกเราเดินท่องเมือง Brugge กัน แต่ก่อนที่มิเชลจะมาถึงพวกเราก้อออกไปเดินเล่นในตลาดกันก่อนแล้ว ไปนั่งรถม้าชมเมืองมาหนึ่งรอบ


ห้องอาหารที่เรากินกันทุกเช้าที่โรงแรมเรานั่นเอง


ห้องรับแขกของโรงแรม สวยมาก สีแดงจ๊าดเลย


Contents of Table ไม่ใช่ Table of Contents อิอิ


เปียโนและเครื่องฉายหนังเก่าสุดเก๋ เป็น prop ของห้องอาหารที่โรงแรมเรานั่นเอง
เมียของ Hans เป็นผู้กำกับหนังด้วย บ้านเค้าเลยเต็มไปด้วยของที่เกี่ยวกับหนัง รูปดาราเพียบ


พลาดได้งัย ว่าแล้วลูกลิงก็เอาซะหนึ่งรูป อิอิ


รูปซ้ายระหว่างทางที่เดินไป Market Square จะผ่านลำธารเล็กๆนี้แล้วอันนี้บ้านใครก็ไม่รู้ แต่มีสวนหลังบ้านน่ารักดี
รูปขวา เป็นรถติดป้ายโฆษณาเท่ห์ดี เลยถ่ายเก็บมาด้วย


คนที่นี่เลี้ยงหมากันเยอะ แต่คนนี้นี่จูงหมายักษ์มาก สองตัว คนลากหมาหรือว่าหมาลากคนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันใหญ่มากๆ


ลูกลิงเก็กสวย


สาว สาว สาว ณ ป้ายรถเมล์แห่งนึง


ที่นี่นิยมใช้จักรยาน คนจะจอดจักรยานไว้หน้าตึกแบบนี้ล่ะ


ตื่นเต้นอะไรกันนักหนา นี่มันหมานะเพ่...


ร้าน Chogolate ที่เราซื้อกิน มาเบลเยี่ยมถ้าไม่ได้ซื้อช็อคโกแล็ตกินถือว่ามาไม่ถึง ซื้อมาหนึ่งกล่องแบ่งกันกินสี่คน


เปิดกล่องลุยกันเลย อร่อยดี ที่ผมถืออยู่นี่ไม่ใช่สตอร์เบอรี่น่ะ มันคือ ช็อกโกแล็ตจิงๆ


รูปซ้ายเห็น Belfry อยู่ไกลๆลิบ นั่นล่ะ Market Square
รูปขวาก็รถม้าที่พวกเราจะไปขึ้นนั่งชมเมืองกัน


รถม้าเป็นที่นิยมมากที่นี่


ขอยืนยันอีกทีด้วยภาพ ว่าเค้าใช้ จักรยานกันเยอะจริงๆ ถึงแม้อากาศตอนนี้มันจะเย็นโคตรๆ


ตึกร้านค้าตรง Market Square ตกแต่งสวยมาก


รถม้าอีกสักสองรูป


คิวยาวนะกว่าจะได้ขึ้นรถม้าเนี่ย แต่ในที่สุดเราก็ได้ขึ้นแล้ว ไชโย..


ซ้ายมือก็สาวน้อยผู้บังคับรถม้าของพวกเรา ส่วนรูปขวานี่ก็เป็นจุดหยุดพักเพื่อให้ม้าได้กินข้าว


ลูกลิงก็ขอถ่ายกับม้าบ้าง ม้าไม่สนใจยืนกินอาหารลูกเดียวเลยวุ้ย


บรรยากาศทั่วไป บริเวณจุดพักรถม้า


สนุกขนาดไหน ดูเจ๊น้อยกับพี่แตนสิ ขำอะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว

มิเชลมาถึงก้อพาเราไปกินอาหารร้าน “Craennenburg” อยู่ตรง Market Square นั่นล่ะ ร้านนี้เป็นตึกเก่า ภายหลังเอามาตกแต่งใหม่เป็นร้านอาหารพื้นเมืองเบลเยี่ยม ประวัติของตึกหลังนี้เคยใช้เป็นที่ขังคนสำคัญในสมัยก่อนด้วยนะ มิเชลบอกว่าเดี๋ยวจะสั่งเบียร์ผลไม้ให้กิน มีที่นี่ที่เดียว เออ กินแล้วอร่อยจริงๆ สีเบียร์มันจะออกเป็นสีแดง แล้วรสมันออกเปรี้ยวๆหวานๆ ตอนแรกเจ๊น้อยบอกไม่กินเบียร์ เผลอแป็บเดียวซัดไปหมดแก้วเลย พื้นร้านอาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะยกสูง เวลามองผ่านหน้าต่างมาจากด้านนอกแล้วสวยดี ร้านมันตกแต่งน่ารักด้วย มื้อนี้ฟาดไปแค่ 101 ยูโร สรุปสองมื้อที่กินไปเมื่อวานกะวันนี้ ปาเข้าไปหมื่นกว่าบาทแล้ววุ้ย มันแพงดีน้อ...


นี่ล่ะครับ เบียร์ผลไม้ที่บอก แล้วรูปขวาก็เป็นไก่ย่างจานที่ผมสั่ง


บรรยากาศภายในร้าน Craennenburg

หลังจากกินเสร็จก็เดินไปชมเมือง ซึ่งจริงๆเมื่อเช้าก็นั่งรถผ่านที่ต่างๆพอสมควร โชคไม่ดีที่วันนี้เป็นวันจันทร์ พวก Museum หรือว่า สถานที่สำคัญๆ เค้าปิดหมดเลยในวันจันทร์น่ะ เลยอดเข้าเลย ได้แต่ถ่ายรูปด้านนอก บ้านเมืองใน Brugge นี่สวนเหมือนเทพนิยายจริงๆ มีคลอง ในคลองก็มีหงษ์ด้วย จากนั้นก็มาจบที่ Market Square เดิน Shopping กัน มีร้านของคนไทยมาขายของที่ระลึกด้วย เค้าได้แฟนเป็นคนเบลเยี่ยมแล้วย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งหลายปีแล้ว เลยอุดหนุนเค้าซื้อ Magnet มา 2 อัน อันละ 2 ยูโร สรุปวันนี้มื้อเย็นประหยัดกันไปได้อีกมื้อนึงเพราะ Shopping กันจนร้านปิดเลย ที่นี่ร้านเปิดสาย แล้วยังปิดเร็วอีก กว่าจะเปิดนี่สิบโมงกว่าๆ หกโมงเย็นร้านก็ปิดกันหมดแล้ว วันนี้พวกเรากลับผมกินมาม่า ที่พี่แตนขนมาจาก กทม อร่อยซ้า.... ประหยัดดีด้วย


เดินเล่นเมือง Brugge รูปขวาเป็นคนเล่นดนตรีข้างทาง เรียกว่าอะไรก็ไม่รู้หน้าตาเหมือนกะทะ เอามาตีเป็นเพลงเสียงสุดยอดเลย


รูปซ้ายลูกลิงถ่ายกับป้ายร้านขายอาหาร ป้ายบอกราคาอาหารกลางวันมือละ 16 ยูโร แพงมะ
ส่วนรูปขวาก็เป็นต้นไม้ที่เค้าปลูกไว้ตามถนน รูปร่างประหลาดมากๆ


รูปซ้ายก็จะเป็นตึกร้านค้า ตึกแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Brugge เลยนะ หลังคามันจะเป็นแบบนี้


เดินไปเที่ยวโบสถ์กัน


อันนี้มันอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้แร้ว แต่ว่าดูรูปซ้ายสิ ต้นไม้ขึ้นสวยมากๆ


นี่ก็ปิดไม่เปิดวันจันทร์ว้า...


ประตูใครก็ไม่รู้ขอถ่ายรูปหน่อยนะ รูปขวาก็บรรยากาศที่เห็นอยู่ทั่วไปในเมือง Brugge สวยไปหมดทุกทีจริงๆ


นี่ก็สวย เมืองเค้าปูถนนเป็นหินแบบนี้ทั้งเมืองเลยนะครับสุดยอดจริงๆ


สวยมั้ยเด้อ


พวกเราเดินเข้ามาในโบสถ์ของเมือง Brugge มีจุดเทียนสรรเสริญพระเจ้าด้วย


เจ๊น้อยก็จุดกะเค้าบ้าง


รูปภายในโบสถ์นี่ล่ะ



เจ๊น้อยชอบถ่ายรูปกับป้ายต่างๆ ขนาดป้ายนี้อะไรก็ไม่รู้ แกยังจะเอาสักหนึ่งรูป ขำเจงๆ


ส่วนรูปขวาก็เป็นบ้านเมือง Brugge นั่นล่ะ มีแบบที่เป็นหลังคาเรียบแบบนี้ด้วย ตัวบ้านจะทำด้วยอิฐแบบนี้ล่ะ สวยขลังดี


มิเชลเป็นคนเดินเร็วมาก ดูดิ พวกเรายังดื่มด่ำกับการถ่ายรูปอยู่เลย มิเชลก็เดินลุยดุ่ยๆ ไปเรื่อยๆ ไม่สนใจใคร


เห็นแล้วต้องถ่าย เป็นโรคแพ้จักรยานอ่ะ


สวยมั้ย บ้านเมืองเค้าเนี่ย มองไปทางไหนก็สวย


นี่ก็อีก สวยไปโม้ดดดด


ร้านอาหารไทยที่เรามากินกันเมื่อวานนี้ครับ


นี่ก็เป็นตู้จ่ายเงิน สำหรับจ่ายค่าจอดรถ มีให้เห็นทั่วไปตามถนน


เห็นมั้ยว่าห่านมันเยอะเจงๆ ตัวใหญ่มากๆ


ห่านตัวใหญ่เทียบกับเด็กๆนะ ตัวใหญ่จริงๆ




รูปข้างบนนี้เป็นหมู่บ้านที่มีแต่ผู้หญิงชราอยู่น่ะ ต้นไม้ใหญ่มาก


บรรยากาศในเมือง Brugge ทั่วไปคร้าบ


บรรยากาศในเมือง Brugge ทั่วไปคร้าบ


บรรยากาศในเมือง Brugge ทั่วไปคร้าบ


นี่ร้านขาย Chocolate อีกร้านนึง


ร้านขายเบียร์ครับ เค้าทำผนังร้านข้างนึงโชว์ขวดเบียร์ชนิดต่างๆ สวยมาก รูปบนเป็น Heater สำหรับคนมายืนเอาไออุ่น

วันนี้มิเชลขับรถกลับไปกลับมาระหว่าง Brussels กับ Brugge ใช้เวลาไปกลับก็ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง เลยบอกมิเชลว่า พรุ่งนี้ตามแผนเราคือจะเที่ยวใน Brussels งั้นไม่ต้องมารับพวกเราไปหรอก เราจะนั่งรถไฟไปหาเองที่ Brussels ก็แล้วกัน สะดวกดีด้วย จะได้ไม่ต้องขับรถไปๆมาๆ ห่างกันตั้งเกือบ 90 กิโล ไม่เหนื่อยบ้างเร้อ มิเชลเลยบอกว่า เออ ก็ดีเหมือนกัน มิเชลบอกผมว่า มีสถานีรถไฟใน Brussels อยู่ 3 สถานี ถ้ามาจาก Brugge จะผ่านสถานี Brussels Zuid (South) ก่อน แล้วก็จะผ่าน Brussels Central จากนั้นสถานีสุดท้ายคือ สถานี Brussels Nord (North) ให้เราลงที่ สถานี North คืออันสุดท้าย แล้วเดี๋ยวเค้าจะขับรถไปรับพวกเราที่นั่น สรุปพรุ่งนี้เช้านั่งรถไฟไปหามิเชลกัน

 

กลับไปวันที่หนึ่ง